๑๔๒ ปี ชาตกาล พระเดชพระคุณพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร)
รำลึกพระคุณพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำ ผู้สละชีวิตเป็นเดิมพันในการปฏิบัติธรรม เข้าถึงพระธรรมกาย และค้นพบวิชชาธรรมกายกลับคืนมา
วันที่ ๑๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๙ เป็นวาระครบรอบ ๑๔๒ ปี ชาตกาลของ พระเดชพระคุณพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) หรือที่ศิษยานุศิษย์เคารพเรียกว่า “พระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำ” บูรพาจารย์ผู้ปฏิบัติเข้าถึงพระธรรมกายและค้นพบวิชชาธรรมกายกลับคืนมา แล้วอุทิศชีวิตเพื่อการศึกษา การปฏิบัติ และการเผยแผ่พระพุทธศาสนาตราบจนวาระสุดท้ายแห่งชีวิต
พระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำมีนามเดิมว่า สด มีแก้วน้อย เกิดเมื่อวันศุกร์ที่ ๑๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๒๗ ตรงกับวันแรม ๖ ค่ำ เดือน ๑๑ ปีวอก ณ บ้านสองพี่น้อง อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี เมื่อสำเร็จการศึกษาในวัยเยาว์แล้ว ท่านได้ช่วยครอบครัวประกอบอาชีพค้าข้าว และภายหลังบิดาถึงแก่กรรม ท่านต้องรับภาระดูแลกิจการและครอบครัวตั้งแต่อายุยังน้อย1
จากธรรมสังเวชสู่สัจจะว่าจะบวชตลอดชีวิต
เมื่ออายุประมาณ ๑๙ ปี ระหว่างเดินทางกลับจากการค้าข้าวและต้องผ่านคลองบางอีแท่น ซึ่งเป็นทางเปลี่ยวและมีโจรผู้ร้ายชุกชุม พระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำได้พิจารณาถึงความไม่แน่นอนของชีวิต ความลำบากในการแสวงหาทรัพย์ และความตายซึ่งไม่มีผู้ใดหลีกพ้น ความคิดนั้นก่อให้เกิดธรรมสังเวชอย่างแรงกล้า จนนำไปสู่การตั้งสัจจะอธิษฐานว่า
“ขออย่าให้เราตายเสียก่อน ขอให้บวชเสียก่อนเถิด ถ้าบวชแล้วก็ไม่สึกจนตลอดชีวิต”2
เมื่อปณิธานมั่นคงแล้ว ท่านยังคงประกอบอาชีพต่อไปเพื่อสะสมทรัพย์ให้เพียงพอสำหรับเลี้ยงดูมารดา ก่อนสละชีวิตฆราวาสเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ เหตุการณ์นี้แสดงทั้งความไม่ประมาทต่อชีวิต ความรับผิดชอบต่อครอบครัว และความเด็ดเดี่ยวต่อปณิธานทางธรรม
อุปสมบทและแสวงหาหนทางแห่งความหลุดพ้น
ในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๔๙ ขณะมีอายุย่างเข้า ๒๒ ปี ท่านได้อุปสมบท ณ วัดสองพี่น้อง อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี ได้รับฉายาว่า “จนฺทสโร” โดยมีพระอาจารย์ดี วัดประตูสาร เป็นพระอุปัชฌาย์3
หลังอุปสมบท ท่านศึกษาทั้งคันถธุระและวิปัสสนาธุระ แสวงหาครูอาจารย์ฝ่ายสมถวิปัสสนาหลายสำนัก และศึกษาภาษาบาลีจนสามารถค้นคว้าพระธรรมในมคธภาษาได้ตามความตั้งใจ การศึกษาของท่านจึงมิได้แยกปริยัติออกจากการปฏิบัติ แต่ใช้ปริยัติเป็นพื้นฐานสำหรับตรวจสอบและดำเนินเข้าสู่การรู้เห็นด้วยตนเอง
สละชีวิตเป็นเดิมพันเพื่อค้นหาธรรม
เหตุการณ์สำคัญที่สุดตอนหนึ่งเกิดขึ้นในวันเพ็ญ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๐ พ.ศ. ๒๔๖๐ ณ อุโบสถวัดโบสถ์บน บางคูเวียง จังหวัดนนทบุรี ในวันนั้น พระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำตั้งใจแน่วแน่ว่าจะค้นหาธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้ แม้ต้องสละชีวิตก็ยอม
“ถ้าเรานั่งลงไปครั้งนี้ไม่เห็นธรรมที่พระพุทธเจ้าต้องการ เป็นอันไม่ลุกจากที่นี้จนหมดชีวิต”4
ท่านอธิษฐานว่า หากธรรมที่เข้าถึงนี้เป็นคุณแก่พระศาสนา ขอให้พระพุทธองค์ประทานธรรมนั้นแก่ท่าน และท่านจะรับเป็นทนายพระศาสนาตลอดชีวิต จากนั้นจึงเจริญสมาธิภาวนาด้วยความเพียรอย่างเต็มกำลัง จนใจหยุดนิ่งถูกส่วนและเข้าถึงพระธรรมกาย
ตามหลักวิชชาธรรมกาย การเข้าถึงครั้งนั้นมิใช่การคิดสร้างคำสอนขึ้นใหม่ แต่เป็นการปฏิบัติเข้าไปรู้เห็นสภาวธรรมตามที่เป็นจริง แล้วนำกระบวนการปฏิบัติที่ท่านได้รู้เห็นและพิสูจน์ด้วยตนเองมาถ่ายทอดแก่ผู้อื่น วิชชาธรรมกายจึงเป็นวิชชาของพระพุทธเจ้า ซึ่งพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำปฏิบัติเข้าถึงและค้นพบแนวทางกลับคืนมา มิใช่หลักความเชื่อที่จำกัดเฉพาะบุคคลหรือสำนักใด
การถ่ายทอดผลแห่งการปฏิบัติ ณ วัดบางปลา
หลังออกพรรษา พ.ศ. ๒๔๖๐ พระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำได้เดินทางไปสอนธรรมปฏิบัติ ณ วัดบางปลา อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม เป็นเวลาประมาณ ๔ เดือน ปรากฏว่ามี พระภิกษุ ๓ รูป และคฤหัสถ์ ๔ คน ปฏิบัติเข้าถึงพระธรรมกาย5
เหตุการณ์นี้แสดงว่าแนวทางที่ท่านเข้าถึงสามารถถ่ายทอดเป็นลำดับวิธีปฏิบัติให้ผู้อื่นดำเนินตามได้ และเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการสืบทอดวิชชาธรรมกายจากการรู้เห็นของพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำไปสู่การศึกษาและปฏิบัติของศิษยานุศิษย์
จากวัดที่ทรุดโทรมสู่ศูนย์กลางการศึกษาและปฏิบัติธรรม
ต่อมาพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำได้รับมอบหมายให้มาปกครองวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ซึ่งขณะนั้นอยู่ในสภาพทรุดโทรม ท่านฟื้นฟูวัดทั้งด้านการปกครอง การศึกษาพระปริยัติธรรม การเจริญสมาธิภาวนา และการดูแลพระภิกษุสามเณร จนวัดปากน้ำค่อย ๆ เจริญขึ้นเป็นศูนย์กลางสำคัญแห่งการศึกษาและปฏิบัติธรรม6
มรดกที่ท่านวางไว้จึงมิได้มีเพียงคำสอนเรื่องสมาธิภาวนา แต่ยังรวมถึงแบบอย่างการบริหารคณะสงฆ์ การส่งเสริมการศึกษาพระปริยัติธรรม การอุปการะพระภิกษุสามเณร และการสร้างบุคลากรทางพระพุทธศาสนาให้มีความรู้ควบคู่กับการปฏิบัติ
พระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำแสดงให้เห็นด้วยชีวิตจริงว่า ปริยัติ ปฏิบัติ และปฏิเวธ มิใช่ส่วนที่แยกขาดจากกัน การศึกษาพระธรรมคำสอนเปรียบเสมือนแผนที่ การลงมือปฏิบัติคือการเดินทาง และผลแห่งการปฏิบัติเป็นสิ่งที่ผู้ปฏิบัติพึงรู้เห็นและสัมผัสได้ด้วยตนเอง
“หยุดเป็นตัวสำเร็จ” หัวใจแห่งคำสอนที่เรียบง่ายและลึกซึ้ง
คติสำคัญที่ศิษยานุศิษย์จดจำสืบต่อกันมาคือ
“ไม่หยุด ไม่ถึงพระ ตัวหยุดนี่แหละเป็นตัวสำเร็จ”7
คำว่า “หยุด” มิได้หมายถึงความเฉื่อยชา การละทิ้งหน้าที่ หรือการบังคับจิตไม่ให้รับรู้อารมณ์ แต่หมายถึงการฝึกใจให้คลายจากความฟุ้งซ่าน ความยินดียินร้าย และการส่งใจออกไปเกาะเกี่ยวสิ่งภายนอก แล้วรวมใจให้หยุดนิ่ง ณ ศูนย์กลางกาย เมื่อใจหยุดถูกส่วน ใจย่อมสงบ ใส และละเอียดขึ้นตามลำดับ เป็นทางให้ผู้ปฏิบัติรู้เห็นสภาวธรรมภายในตามความเป็นจริง
เส้นทางแห่งมหาบารมี
- ๑๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๒๗: ถือกำเนิด
- ณ บ้านสองพี่น้อง อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี ตรงกับวันศุกร์ แรม ๖ ค่ำ เดือน ๑๑ ปีวอก
- เดือนกรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๔๙: อุปสมบท
- อุปสมบท ณ วัดสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี ขณะมีอายุย่างเข้า ๒๒ ปี ได้รับฉายาว่า “จนฺทสโร” และศึกษาอบรมทั้งคันถธุระกับวิปัสสนาธุระ
- วันเพ็ญ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๐ พ.ศ. ๒๔๖๐: เข้าถึงพระธรรมกาย
- เจริญสมาธิภาวนาโดยสละชีวิตเป็นเดิมพัน ณ วัดโบสถ์บน บางคูเวียง จังหวัดนนทบุรี จนเข้าถึงพระธรรมกายและค้นพบแนวทางปฏิบัติวิชชาธรรมกายกลับคืนมา
- หลังออกพรรษา พ.ศ. ๒๔๖๐: ถ่ายทอดวิชชาธรรมกาย ณ วัดบางปลา
- เดินทางไปสอนธรรมปฏิบัติ ณ วัดบางปลา และมีพระภิกษุ ๓ รูปกับคฤหัสถ์ ๔ คนปฏิบัติเข้าถึงพระธรรมกาย
- พ.ศ. ๒๔๖๔: ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ
- ได้รับสมณศักดิ์เป็นพระครูสมณธรรมสมาทาน และดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ จากนั้นได้ฟื้นฟูวัดทั้งด้านการปกครอง การศึกษา และการปฏิบัติธรรม
- ๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๐๒: มรณภาพ
- มรณภาพหลังอุทิศชีวิตในสมณเพศเพื่อพระพุทธศาสนา ทิ้งมรดกธรรม แนวทางปฏิบัติ และแบบอย่างแห่งความเพียรไว้แก่ศิษยานุศิษย์และพุทธศาสนิกชน
รำลึกพระคุณด้วยการ “ปฏิบัติบูชา”
แม้พระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำจะมรณภาพไปนานแล้ว แต่คำสอนและแบบอย่างแห่งชีวิตยังคงมีคุณค่าต่อผู้ปฏิบัติในปัจจุบัน การรำลึกถึงพระคุณจึงมิได้มีความหมายเพียงการกล่าวสดุดี การจัดพิธี หรือการบันทึกประวัติ หากควรนำไปสู่การศึกษาและปฏิบัติตามคำสอนอย่างจริงจัง
ในวาระครบรอบ ๑๔๒ ปี ชาตกาล วันที่ ๑๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๙ ศิษยานุศิษย์และพุทธศาสนิกชนพึงน้อมรำลึกถึงพระคุณด้วยการ “ปฏิบัติบูชา” ได้แก่
- ให้ทานด้วยเจตนาบริสุทธิ์ เพื่อลดความตระหนี่และเกื้อกูลผู้อื่น
- รักษาศีลให้บริสุทธิ์ เพื่อสำรวมกาย วาจา และดำรงชีวิตโดยไม่เบียดเบียน
- เจริญสมาธิภาวนา ฝึกใจให้สงบและหยุดนิ่ง ณ ศูนย์กลางกาย
- ศึกษาพระธรรมคำสอน ทั้งภาคปริยัติและภาคปฏิบัติอย่างรอบคอบ
- ถ่ายทอดคำสอนด้วยความซื่อตรง ไม่บิดเบือนและไม่เพิ่มเติมสิ่งที่ไม่มีหลักฐาน
- ดำเนินชีวิตด้วยความเพียร ความรับผิดชอบ ความกตัญญู และความไม่ประมาท
การปฏิบัติตามคำสอนอย่างจริงจังคือการรักษามรดกธรรมของพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำให้ดำรงอยู่ มิใช่อยู่เพียงในหนังสือ อนุสรณ์สถาน หรือความทรงจำ แต่อยู่ในใจและการดำเนินชีวิตของผู้ปฏิบัติแต่ละคน
น้อมรำลึกในพระคุณอันไม่มีประมาณ
ขอน้อมถวายความสักการะอย่างสูงสุดแด่ พระเดชพระคุณพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) พระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำ บูรพาจารย์ผู้สละชีวิตเป็นเดิมพันในการปฏิบัติธรรม เข้าถึงพระธรรมกาย ค้นพบวิชชาธรรมกายกลับคืนมา และอุทิศตนเป็นทนายพระศาสนาตลอดชีวิต
ขอให้วาระครบรอบ ๑๔๒ ปี ชาตกาลครั้งนี้เป็นวาระแห่งการเริ่มต้นหรือฟื้นฟูการปฏิบัติ ให้พุทธศาสนิกชนหมั่นให้ทาน รักษาศีล เจริญภาวนา และนำใจกลับมาหยุดนิ่งภายใน เพื่อให้เกิดสันติสุขแก่ตนเอง ครอบครัว สังคม และโลกสืบไป
“หยุดเป็นตัวสำเร็จ”
เชิงอรรถ
- พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร), “อัตชีวประวัติ พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร),” ใน รวมพระธรรมเทศนา พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) (กรุงเทพฯ: คณะศิษยานุศิษย์หลวงพ่อวัดปากน้ำ, ๒๕๕๕), ๒–๓. ↩
- พระมงคลเทพมุนี, “อัตชีวประวัติ,” ๒–๓. ↩
- พระราชพรหมเถร (วีระ คณุตฺตโม), “ชีวประวัติสังเขป พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร),” ใน รวมพระธรรมเทศนา พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) (กรุงเทพฯ: คณะศิษยานุศิษย์หลวงพ่อวัดปากน้ำ, ๒๕๕๕), ๓–๔.
- พระมงคลเทพมุนี, “อัตชีวประวัติ,” ๔–๕. ↩
- พระมงคลเทพมุนี, “อัตชีวประวัติ,” ๕. ↩
- พระราชพรหมเถร, “ชีวประวัติสังเขป,” ๗–๙. ↩
- หลวงพ่อพระราชพรหมเถร (ราชบุรี: คณะศิษยานุศิษย์หลวงพ่อพระราชพรหมเถร, ๒๕๕๙), ๔. ↩
บรรณานุกรม
- คณะศิษยานุศิษย์หลวงพ่อพระราชพรหมเถร. หลวงพ่อพระราชพรหมเถร. ราชบุรี: คณะศิษยานุศิษย์หลวงพ่อพระราชพรหมเถร, ๒๕๕๙.
- พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร). รวมพระธรรมเทศนา พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร). กรุงเทพฯ: คณะศิษยานุศิษย์หลวงพ่อวัดปากน้ำ, ๒๕๕๕.