สายปฏิบัติอื่นที่ไม่ได้เริ่มจากศูนย์กลางกาย บรรลุมรรค ผล นิพพานได้หรือไม่?
สารบัญ
หมายเหตุขอบเขต
บทความนี้อธิบายตามคำสอนวิชชาธรรมกายว่า แม้อารมณ์กัมมัฏฐานและวิธีเริ่มต้นจะแตกต่างกัน แต่เมื่อถึงขั้นบรรลุธรรม ใจย่อมต้องรวมเข้าสู่ศูนย์กลางกายและตกศูนย์ ณ ที่นั้นตามกฎธรรมชาติ มิใช่เป็นเพียงทางเลือกหนึ่งในหลายทาง ทั้งนี้ มิได้มีเจตนาลดคุณค่าของสายปฏิบัติอื่น หากมุ่งอธิบายกลไกแห่งการบรรลุธรรมตามที่ครูบาอาจารย์ได้แสดงไว้
บทนำ
ท่ามกลางความหลากหลายของแนวทางปฏิบัติธรรม ไม่ว่าจะเป็นการภาวนา “พุทโธ” การกำหนด “ยุบหนอ พองหนอ” หรือการเจริญอานาปานสติ ข้อสงสัยสำคัญคือ หากมิได้นำใจมาจรดนิ่งไว้ ณ ศูนย์กลางกายตั้งแต่เบื้องต้น จะสามารถบรรลุมรรค ผล และพระนิพพานได้หรือไม่
คำตอบตามแนววิชชาธรรมกายคือ สามารถบรรลุได้ เพราะความแตกต่างอยู่ที่วิธีเริ่มต้น มิได้เปลี่ยนกฎธรรมชาติของจิต เมื่อถึงขณะแห่งการบรรลุธรรม เห็น จำ คิด รู้ ซึ่งประกอบกันเป็นใจ ย่อมรวมเข้าสู่ศูนย์กลางกายและตกศูนย์ตรงนั้น แม้ผู้ปฏิบัติจะรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวก็ตาม
๑. ศูนย์กลางกายเป็นทางดำเนินตามธรรมชาติ
หลักการเจริญภาวนาตามแนววิชชาธรรมกายระบุฐานที่ตั้งของใจ ๗ ฐาน โดยฐานที่ ๖ อยู่กลางตัวระดับสะดือ และฐานที่ ๗ อยู่เหนือฐานที่ ๖ ขึ้นมาสองนิ้วมือ1
พระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำ พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) อธิบายความสำคัญของศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ว่า
“ศูนย์นั้นเป็นสำคัญนัก จะเกิดมาในมนุษย์โลกก็ต้องเกิดที่ศูนย์นั้น จะไปนิพพานก็ต้องเข้าศูนย์นั้นไปเหมือนกัน จะไปสู่มรรคผลนิพพานก็ต้องเข้าศูนย์นั้นเหมือนกัน แบบเดียวกัน จะตายจะเกิดตรงกันข้าม ถ้าว่าจะเกิดก็ต้องเดินนอกออกไป ถ้าว่าจะไม่ต้องเกิดก็ต้องเดินในเข้าไป กลางเข้าไว้ หยุดเข้าไว้ ไม่คลาดเคลื่อน”
ข้อความนี้มิได้เสนอศูนย์กลางกายเป็นเพียงวิธีเฉพาะสำนัก แต่ชี้กฎธรรมชาติของการเกิดและการพ้นจากความเกิด กระแสเกิดเดินออกนอก ส่วนกระแสแห่งความไม่เกิดเดินในเข้าสู่กลาง ดังนั้น เมื่อจิตถึงขั้นบรรลุธรรม ย่อมต้องดำเนินเข้าสู่ศูนย์กลางกายและตกศูนย์ ณ ที่นั้น เช่นเดียวกับกฎธรรมชาติที่มีทิศทางแน่นอน2
๒. สายปฏิบัติอื่นบรรลุมรรคผลได้
หลักฐานจากหนังสือตอบปัญหาธรรมปฏิบัติยืนยันความดีของทุกสาย และอธิบายว่าทุกสายไปสะอาดที่ธาตุธรรมเห็น จำ คิด รู้ คือใจเหมือนกัน ดังข้อความว่า
“เพราะฉะนั้นไม่ว่าปฏิบัติสายไหน เป็นเรื่องเดียวกัน จึงไม่ต้องมาว่ากัน ดีด้วยกันทุกสาย เพราะไปสะอาดที่ธาตุธรรมเห็น จำ คิด รู้ คือ ‘ใจ’ เหมือนกัน จะรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวก็ตาม จึงมีสิทธิ์บรรลุมรรคผลได้เช่นกัน …”
คำว่า “จะรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวก็ตาม” เป็นหัวใจของคำอธิบาย ผู้ปฏิบัติอาจมิได้ใช้ศัพท์ว่า “ศูนย์กลางกาย” หรือมิได้กำหนดตำแหน่งนั้นตั้งแต่ต้น แต่เมื่อจิตดำเนินถึงขั้นบรรลุธรรม ใจย่อมเข้าสู่ศูนย์และตกศูนย์ตามธรรมชาติ ความแตกต่างของภาษาและวิธีเริ่มต้นจึงไม่เปลี่ยนกลไกแห่งการบรรลุธรรม3
๓. อานาปานสติกับการรวมเข้าสู่ศูนย์กลางกาย
ผู้ปฏิบัติที่เริ่มจากลมหายใจอาจมิได้ตั้งใจไว้ ณ ศูนย์กลางกายตั้งแต่แรก แต่เมื่อลมหายใจละเอียดและจิตสงบ สติย่อมรวมตัวและดำเนินเข้าสู่ภายในตามธรรมชาติ คำอธิบายตามแนววิชชาธรรมกายแนะนำว่า หากนึกบริกรรมนิมิตได้ยาก ให้สังเกตลมหายใจที่ผ่านศูนย์กลางกายโดยไม่ต้องตามลม และเมื่อดวงใสปรากฏจึงปล่อยความสนใจในลมหายใจ4
อานาปานสติจึงมิได้เป็นเส้นทางที่แยกออกจากศูนย์กลางกาย เมื่อปฏิบัติถูกส่วน ความละเอียดของลมและความรวมของสติย่อมนำใจเข้าสู่ภายใน แม้ผู้ปฏิบัติจะอธิบายประสบการณ์ด้วยถ้อยคำต่างออกไป
๔. การตกศูนย์และดวงธรรม
เมื่อเห็น จำ คิด รู้ รวมหยุดเป็นจุดเดียว คำอธิบายภาคปฏิบัติเรียกการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ภายในว่า “ตกศูนย์” เอกสารอธิบายกำเนิดธาตุธรรมเดิม ดวงเห็น ดวงจำ ดวงคิด ดวงรู้ และดวงปฐมมรรคหรือดวงธรรมที่ทำให้เป็นกาย ซึ่งปรากฏ ณ ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗5
อย่างไรก็ดี ต้องแยกความสงบจากนิวรณ์ในระดับสมถะออกจากการสิ้นกิเลสด้วยมรรคญาณ การเห็นดวงธรรม ความสว่าง หรือการเข้าถึงธรรมกายเบื้องต้น ยังมิใช่เครื่องรับรองความเป็นพระอริยบุคคลโดยลำพัง
๕. สมถะต้องดำเนินต่อสู่วิปัสสนา
กสิณและอารมณ์สมถกัมมัฏฐานสามารถทำให้เกิดสมาธิและฌานได้ แต่ผู้ปฏิบัติต้องไม่หยุดอยู่เพียงความสงบหรือความยินดีในฌาน เมื่อจิตสงบจากนิวรณ์แล้ว ต้องอาศัยสมาธิจิตหรือฌานจิตพิจารณาสังขารธรรมและวิสังขารธรรมตามความเป็นจริง6
ปัญหาจึงมิได้อยู่ที่ชื่อของกัมมัฏฐาน แต่อยู่ที่จิตดำเนินต่อจากสมถะไปสู่วิปัสสนา เข้าสู่ศูนย์กลางกาย ตกศูนย์ และเจริญมรรคญาณจนปหานสังโยชน์ได้หรือไม่
๖. ธรรมกายเบื้องต้นยังมิใช่มรรคผล
หลักสำคัญคือ แม้เข้าถึงธรรมกายแล้ว หากยังละสังโยชน์อย่างน้อยสามประการ ได้แก่ สักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา และสีลัพพตปรามาสไม่ได้ ก็ยังไม่ควรประมาท ต้องเจริญสมถวิปัสสนาต่อไปจนบรรลุมรรค ผล และพระนิพพานจริง
การบรรลุต้องสัมพันธ์กับมรรคจิต มรรคปัญญา หรือมรรคญาณ ซึ่งปหานสังโยชน์ตามระดับ แล้วผลจิตจึงปรากฏสืบต่อ พร้อมการพิจารณาปัจจเวกขณ์ ได้แก่ มรรค ผล กิเลสที่ละแล้ว กิเลสที่ยังเหลือในกรณีเสขบุคคล และพระนิพพาน7
บทสรุป
สายปฏิบัติอื่นที่มิได้เริ่มจากศูนย์กลางกายสามารถบรรลุมรรค ผล และพระนิพพานได้ เพราะทุกสายที่ดำเนินถูกส่วนย่อมชำระเห็น จำ คิด รู้ คือใจ และเมื่อถึงขั้นบรรลุธรรม ใจย่อมรวมเข้าสู่ศูนย์กลางกายและตกศูนย์ตรงนั้นตามกฎธรรมชาติ แม้ผู้ปฏิบัติจะรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวก็ตาม
การสอนให้นำใจมาจรดนิ่ง ณ ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ตั้งแต่เริ่มต้น จึงมิใช่การปฏิเสธสายอื่น หากเป็นการชี้ทางดำเนินตามธรรมชาติโดยตรง ทำให้ผู้ปฏิบัติรู้ทั้งตำแหน่ง วิธี และลำดับแห่งการเข้าสู่ภายใน ไม่ต้องรอให้จิตดำเนินเข้าศูนย์โดยไม่รู้ตัว
จุดยืนของวิชชาธรรมกายจึงชัดเจนว่า วิธีเริ่มต้นอาจต่างกัน แต่ธรรมชาติแห่งการบรรลุธรรมไม่เปลี่ยน เมื่อถึงที่สุด ใจต้องเข้ากลาง หยุด และตกศูนย์ ณ ศูนย์กลางกาย จากนั้นจึงดำเนินด้วยมรรคญาณ ปหานสังโยชน์ และเข้าถึงมรรค ผล และพระนิพพานตามภูมิธรรม
เชิงอรรถ
- พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร), “วิธีเจริญภาวนา สมถวิปัสสนากรรมฐาน,” หลวงปู่สด วัดปากน้ำ, ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๖๙, https://luangpusodh.com/how-to-practice-samatha-vipassana-meditation/. ↩
- พระมงคลเทพมุนี, “วิธีเจริญภาวนา,” ตอน “ศูนย์กลางกาย (ฐานที่ ๗) จุดเกิดจุดดับและมรรคผลนิพพาน.” ↩
- พระภาวนาวิสุทธิคุณ (เสริมชัย ชยมงฺคโล), ตอบปัญหาธรรมปฏิบัติ, บทที่ ๕ “หลักวิชชาธรรมกาย,” ๑๗๔. ↩
- พระมหาเสริมชัย ชยมงฺคโล, ทางมรรคผลนิพพาน: ธรรมปฏิบัติถึงธรรมกายและพระนิพพาน, พิมพ์ครั้งที่ ๒ (กรุงเทพฯ: มูลนิธิพุทธภาวนาวิชชาธรรมกาย, ๒๕๔๐), ๒๓๔–๒๓๕. ↩
- พระมหาเสริมชัย, ทางมรรคผลนิพพาน, ๒๗๐–๒๗๑. ↩
- พระมหาเสริมชัย, ทางมรรคผลนิพพาน, ๔๗๘–๔๗๙. ↩
- พระมหาเสริมชัย, ทางมรรคผลนิพพาน, ๒๓๖–๒๓๗. ↩
บรรณานุกรม
พระเทพญาณมงคล วิ. (เสริมชัย ชยมงฺคโล). ตอบปัญหาธรรมปฏิบัติ. นนทบุรี: สำนักพิมพ์ธาตุบัวแก้ว และสถาบันพุทธภาวนาวิชชาธรรมกาย, ๒๕๔๒.
พระมหาเสริมชัย ชยมงฺคโล. ทางมรรคผลนิพพาน: ธรรมปฏิบัติถึงธรรมกายและพระนิพพาน. พิมพ์ครั้งที่ ๒. กรุงเทพฯ: มูลนิธิพุทธภาวนาวิชชาธรรมกาย, ๒๕๔๐.
พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร). “วิธีเจริญภาวนา สมถวิปัสสนากรรมฐาน.” หลวงปู่สด วัดปากน้ำ. ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๖๙. https://luangpusodh.com/how-to-practice-samatha-vipassana-meditation/.