วิธีเจริญภาวนา สมถวิปัสสนากรรมฐาน ที่หลวงปู่วัดปากน้ำสอนไว้

วิธีเจริญภาวนา สมถวิปัสสนากรรมฐาน ที่พระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำสั่งสอนไว้

 

วิธีเจริญภาวนา ๑ : สมถวิปัสสนากรรมฐาน

ต่อแต่นี้ไป คอยตั้งใจฟัง บอกโดยตรงประจำละนะ เมื่อเราทำวัตรอาราธนาเสร็จแล้ว ก็จะบอกวิธีกระทำต่อไป วิธีทำสมถวิปัสสนาต้องมีบริกรรมภาวนากับบริกรรมนิมิตเป็นคู่กัน

บริกรรมนิมิตให้กำหนดเครื่องหมายเข้า ดวงใสเหมือนกับเพชรลูกที่เจียระไนแล้ว ไม่มีขนแมวโตเท่าแก้วตา ผู้หญิงกำหนดเข้าปากช่องจมูกซ้าย ผู้ชายกำหนดเข้าปากช่องจมูกขวา อย่าให้ล้ำให้เหลื่อม ใจของเราที่ยึดไปยึดมา แวบไปแวบมาให้เข้าไปอยู่เสียในบริกรรมนิมิต ปากช่องจมูกหญิงซ้ายชายขวา ข้างนอกดวงโตเท่าแก้วตา ข้างในดวงโตเท่าเมล็ดพุทธรักษาแต่ว่าขาวใสเหมือนกระจกส่องเงาหน้าแบบเดียวกัน หญิงกำหนดปากช่องจมูกซ้าย ชายกำหนดปากช่องจมูกขวา แล้วให้บริกรรมภาวนาประคองบริกรรมนิมิตนั้นไว้ว่า สัมมาอะระหัง ตรึกถึงดวงที่ใสใจหยุดอยู่กลางดวงที่ใส สัมมาอะระหัง ตรึกถึงดวงใสใจหยุดอยู่กลางดวงที่ใส สัมมาอะระหัง ตรึกถึงดวงที่ใสใจหยุดอยู่กลางดวงที่ใส นิ่งอยู่ที่นั่น

การเดินใจผ่านฐานที่ตั้งทั้ง ๗ ฐาน

  • ที่ฐานที่ ๑: (ปากช่องจมูก) หญิงกำหนดปากช่องจมูกซ้าย ชายกำหนดปากช่องจมูกขวา

  • ฐานที่ ๒: เลื่อนไปที่ เพลาตา หญิงอยู่ซีกข้างซ้าย ชายอยู่ซีกข้างขวา ตรงหัวตาที่มูลตาออก ตามช่องลมหายใจเข้าออกข้างใน แล้วให้บริกรรมประคองเครื่องหมายที่เพลาตานั้นว่า สัมมาอะระหัง สัมมาอะระหัง สัมมาอะระหัง สัมมาอะระหัง ๓ ครั้งแบบเดียวกัน

  • ฐานที่ ๓: แล้วเลื่อนเครื่องหมายตรงลำดับเพลาตาเข้าไป กลางกั๊กศีรษะข้างใน ไม่ใช่ค่อนซ้ายขวาหน้าหลังล่างบน กลางกั๊กพอดี (นี่เรียกว่า ฐานที่ ๓) แล้วบริกรรมประคองเครื่องหมายที่กลางกั๊กศีรษะข้างในว่า สัมมาอะระหัง สัมมาอะระหัง สัมมาอะระหัง ๓ ครั้ง

    • (ตรงนี้มีลัทธิพิธี ต้องกลับตาไปข้างหลังให้ตาค้างเหมือนคนชักจะตาย เราหลับตาอยู่ช้อนขึ้นข้างบนเหลือบขึ้นข้างบนเหลือบไป เหลือบไป จนค้างแน่น ให้ความเห็นกลับไปข้างหลัง พอกลับไปข้างหลัง แล้วค่อย ๆ ให้เห็นกลับเข้าข้างใน)

  • ฐานที่ ๔: พอตาเห็นกลับเข้าข้างในก็เลื่อนเครื่องหมาย (ฐานที่ ๓) ไปที่ ปากช่องเพดาน (ฐานที่ ๔) ที่รับประทานอาหารสำลัก อย่าให้ล้ำให้เหลื่อมพอดี แล้วบริกรรมประคองเครื่องหมาย ที่ปากช่องเพดาน (ฐานที่ ๔) ที่รับประทานอาหารสำลัก นั้นว่า สัมมาอะระหัง สัมมาอะระหัง สัมมาอะระหัง ๓ ครั้ง

  • ฐานที่ ๕: แล้วก็เลื่อนเครื่องหมายไปที่ ปากช่องคอ (ฐานที่ ๕) เหนือลูกกระเดือกเหมือนกลางกั๊กปากถ้วยแก้ว ตั้งไว้ปากช่องคอ บริกรรมประคองเครื่องหมายที่ปากช่องคอนั้นว่า สัมมาอะระหัง สัมมาอะระหัง สัมมาอะระหัง ๓ ครั้ง

  • ฐานที่ ๖: แล้วเลื่อนไป กลางตัว (ฐานที่ ๖) สุดลมหายใจเข้าออก สะดือทะลุหลัง ขวาทะลุซ้าย กลางกั๊กพอดี แล้วบริกรรมที่กลางตัวนั้นว่า สัมมาอะระหัง สัมมาอะระหัง สัมมาอะระหัง ๓ ครั้ง

  • ฐานที่ ๗: แล้วเลื่อนเครื่องหมายถอยหลัง (จากฐานที่ ๖) เหนือกลางตัวเรานี้ขึ้นไป ๒ นิ้ว (ฐานที่ ๗)

ศูนย์กลางกาย (ฐานที่ ๗) จุดเกิดจุดดับและมรรคผลนิพพาน

(ฐานที่ ๗) นั้นมีศูนย์ ๕ ศูนย์ ศูนย์กลาง ศูนย์ข้างหน้า ศูนย์ข้างขวา ศูนย์ข้างหลัง ศูนย์ข้างซ้าย ศูนย์กลางคืออากาศธาตุ ศูนย์ข้างหน้าธาตุน้ำ ศูนย์ข้างขวาธาตุดิน ศูนย์ข้างหลังธาตุไฟ ศูนย์ข้างซ้ายธาตุลม เครื่องหมายใสสะอาด ตรงช่องอากาศขาดกลางตรงนั้นเรียกว่า ศูนย์ ทำไมถึงเรียกว่าศูนย์ ตรงนั้นเวลาสัตว์ไปเกิดมาเกิดแล้วก็มาอยู่ในที่สิบ อยู่ในกลางดวงนั้น กายละเอียดอยู่ในกลางดวงนั้น พ่อแม่ประกอบธาตุธรรมถูกส่วนเข้าแล้ว กตกศูนย์ทีเดียว พอตกศูนย์ก็ลอยขึ้นมาเหนือกลางตัว ๒ นิ้วมือ (เป็นดวงกลมใส) เท่าฟองไข่แดงของไข่ไก่ ใสเป็นกระจกส่องเงาหน้า นี่มันจะเกิดละนี้เรียกว่าศูนย์

ศูนย์นั้นเป็นสำคัญนัก จะเกิดมาในมนุษย์โลกก็ต้องเกิดที่ศูนย์นั้น จะไปนิพพานก็ต้องเข้าศูนย์นั้นไปเหมือนกัน จะไปสู่มรรคผลนิพพานก็ต้องเข้าศูนย์นั้นเหมือนกัน แบบเดียวกัน จะตายจะเกิดตรงกันข้าม ถ้าว่าจะเกิดก็ต้องเดินนอกออกไป ถ้าว่าจะไม่ต้องเกิดก็ต้องเดินในเข้าไป กลางเข้าไว้ หยุดเข้าไว้ ไม่คลาดเคลื่อน นี้ตายเกิดอย่างนี้ ให้รู้จักหลักอย่างนี้

เมื่อรู้จักหลักดังนี้แล้วละก็ เราก็รู้ทีเดียว รู้เมื่อเช้านี้ ที่ใจเราวุ่นวายอยู่นี่ มันทำอะไร? มันจะเวียนว่ายตายเกิด ถ้าใจเรานิ่งอยู่ในกลางนั้น มันจะเลิกเวียนว่ายตายเกิด เราก็รู้ตัวของเราอยู่ เราไม่ต้องง้อใคร เรารู้แล้ว เราเรียนแล้วเราเข้าใจแล้ว เราก็ต้องทำใจของเราให้นิ่ง ให้หยุด ทำใจให้หยุดอยู่ศูนย์กลางนั่น

ทำใจให้หยุดเชียว หยุดก็เข้ากลางหยุด กลางของกลาง กลางของกลาง กลางของกลาง กลางของกลาง ซ้ายขวา หน้าหลัง ล่างบน นอกในไม่ไป กลางของกลาง กลางของกลาง กลางของกลาง กลางของกลาง นิ่ง พอถูกส่วนเข้าเท่านั้นแหละ เห็นดวงใสแจ่มบังเกิดขึ้นเท่าดวงจันทร์ดวงอาทิตย์ หยุดอยู่กลางดวงจันทร์ดวงอาทิตย์นั่นหยุดอีก

  • พอหยุดถูกส่วนเข้าเท่านั้นแหละ เกิดขึ้นมาอีกดวงหนึ่งเป็น ดวงศีล โตเท่าดวงจันทร์ดวงอาทิตย์เหมือนกัน หยุดอยู่กลางดวงศีลนั้นแหละ

  • พอถูกส่วนเข้าเท่านั้น เกิดขึ้นอีกดวงหนึ่งเรียกว่า ดวงสมาธิ โตเท่าดวงจันทร์ดวงอาทิตย์เหมือนกัน หยุดอยู่กลางดวงสมาธินั่นแหละ

  • พอถูกส่วนเข้าเท่านั้น เกิดขึ้นอีกดวงหนึ่งเท่าดวงจันทร์ดวงอาทิตย์เหมือนกันเรียกว่า ดวงปัญญา หยุดอยู่กลางดวงปัญญานั่นแหละ

  • พอถูกส่วนเข้าเกิดขึ้นอีกดวงหนึ่งเรียกว่า ดวงวิมุตติ หยุดอยู่กลางดวงวิมุตตินั่นแหละ ถูกส่วนเข้า

  • เกิดขึ้นอีกดวงหนึ่ง เรียกว่า ดวงวิมุตติญาณทัสสนะ หยุดอยู่กลางดวงวิมุตติญาณทัสสนะนั่นแหละ พอถูกส่วนเข้า ก็เห็นตัวของเราที่ไปเกิดมาเกิด อ้อไอ้นี่เองไปเกิดมาเกิด เข้าแบบต้นแล้ว ให้รู้จักหลักอย่างนี้นะ ไม่เคลื่อนละอย่างนี้แหละไม่ได้ทีเดียว ตายตัวเชียว

การตั้งกายให้ตรงเพื่อเจริญภาวนา (อุชุํ กายํ ปณิธาย)

เมื่อรู้จักหลักอันนี้แล้วก็ ต่อแต่นี้ไป ก็จะสอนให้ทำต่อไป เมื่อเราได้ทำวัตรอาราธนาเรียบร้อยแล้วต่อแต่นี้ไปก็ต้องนั่ง บาลีว่า นิสีทติ ปลฺลงฺกํ อาภุชิตฺวา ให้นั่งคู้บัลลังก์ขัดสมาธิเท้าขวาทับเท้าซ้าย มือขวาทับมือซ้าย ทุกคนด้วยกันตั้งตัวให้ตรงทีเดียว เอ้านั่ง… เท้าขวาทับเท้าซ้ายมือขวาทับมือซ้าย แล้วคอยฟังอธิบายต่อไป ตั้งตัวตรงมือขวาทับมือซ้าย แล้วเอานิ้วชนกันให้ถูกนะ ฉันจะวัดให้เป็นตำรับตำรานะ ลักษณะกายตรงนะ

ลักษณะกายตรงเป็นดังนี้ กลางลูกสะบ้าขาขวา วัดกลางนิ้วชี้กดกลางลูกสะบ้า แล้วก็เหนือตาตุ่มนิ้วก้อยนิ้วกลางนิ้วนาง ตั้งเข้าเนื้อบนขา อย่างนี้เรียกว่ากายตรง เรียกว่า อุชุํ กายํ ปณิธาย ตั้งกายให้ตรง ตรงอย่างนี้นะ ให้มีสัญญามั่นคงอย่างนั้น

อานิสงส์แห่งความหยุดและการประคองใจ

เมื่อรู้จักกายตรงแล้วละก็ ให้ตรงทุกคนนะ นี่แหละเราจะสร้างบุญกุศลใหญ่สำคัญ ที่นั่งภาวนาทำใจให้หยุด ให้หยุดสักกะพริบตาเดียวเท่านั้น ที่สร้างโบสถ์วิหารศาลาการเปรียญสู้ไม่ได้หรอก เราจึงได้ว่า สร้างวัดสร้างวาให้ผุดสูงเดียวเท่านั้น สู้พิจารณาความแปรผันของเบญจขันธ์ร่างกายว่าไม่เที่ยงยักเยื้องแปรผันเป็นของปฏิกูลเท่านี้บุญมากกว่า ให้รู้จักหลักอย่างนั้น เราแสวงหาเขตบุญในพระพุทธศาสนา ให้มั่นเชียวนะ

ให้ใจหยุดเป็นตัวสำคัญ หยุดนี้จะเป็นทางมรรคผลนิพพาน พวกให้ทานรักษาศีลมันยังไกลกว่า หยุดนี้ใกล้นิพพานนัก พอหยุดได้เท่านั้นเข้าต้นคำสอนของพระศาสดาแล้ว ไม่ยักเยื้องแปรผัน ไอ้ที่หยุดนั่นแหละ เข้าต้นคำสอนของพระศาสดา

เมื่อ (นั่งสมาธิ) ตัวตรงดีแล้วละก็ คราวนี้ให้ตั้งใจ ให้กำหนดเครื่องหมายเข้า ใสเหมือนเพชรที่เจียระไนแล้วไม่มีขนแมวโตเท่าแก้วตา ผู้หญิงกำหนดเข้าปากช่องจมูกซ้าย ผู้ชายกำหนดเข้าช่องปากจมูกขวาอย่าให้ล้ำให้เหลื่อม กำหนดเครื่องหมายเข้า ใสเหมือนเพชรที่เจียระไนแล้วไม่มีขนแมวโตเท่าแก้วตา ผู้หญิงกำหนดเข้าปากช่องจมูกซ้าย ผู้ชายกำหนดเข้าช่องปากจมูกขวาอย่าให้ล้ำให้เหลื่อม นี่บอกซ้ำของเก่านั่นแหละ พอถูกส่วนดีแล้วก็ให้บริกรรมประคองใจกับเครื่องหมายที่ใส ปากช่องจมูกหญิงซ้ายชายขวา นั้นว่า สัมมาอะระหัง สัมมาอะระหัง สัมมาอะระหัง ๓ ครั้ง

แล้วเลื่อนเครื่องหมายขึ้นไปแค่ เพลาตา หญิงอยู่ซีกข้างซ้าย ชายอยู่ซีกข้างขวา ตรงหัวตาที่มูลตาออกตามช่องลมหายใจเข้าออกข้างใน แล้วบริกรรมประคองเครื่องหมายที่ใสนั้นว่า สัมมาอะระหัง สัมมาอะระหัง สัมมาอะระหัง ๓ ครั้ง

แล้วก็เลื่อนเครื่องหมายนั้น ตรงนี้กลเม็ดอยู่ ต้องมีวิธี เมื่อถึงฐานที่ ๓ แล้ว ต้องเหลือบตาไปข้างหลังให้ตาค้างเหมือนคนชักจะตาย ค้างขึ้นไป ๆ จนกระทั่งใจหยุดความเห็นกลับเข้าข้างใน พอความเห็นกลับเข้าไปข้างในก็เลื่อนเครื่องหมายจากฐานที่ ๓ ไปฐานที่ ๔ ที่ช่องเพดานที่รับประทานอาหารสำลักอย่าให้ล้ำอย่าให้เหลื่อม ให้พอดี ๆ แล้วบริกรรมประคองเครื่องหมายที่ฐานที่ ๔ นั้นว่า สัมมาอะระหัง สัมมาอะระหัง สัมมาอะระหัง ๓ ครั้ง

แล้วเลื่อนเครื่องหมายถอยหลังขึ้นมาเหนือกลางตัว ๒ นิ้วมือ ตรงนั้นเรียกว่าศูนย์ ตรงนั้นมีศูนย์อยู่ ๕ ศูนย์ ศูนย์กลาง หน้า ขวา หลัง ซ้าย ศูนย์กลางอากาศธาตุ ศูนย์หน้าธาตุน้ำ ขวาธาตุดิน หลังธาตุไฟ ซ้ายธาตุลม เครื่องหมายใสสะอาดลอยช่องขาดกลาง แล้วบริกรรมประคองเครื่องหมายที่ช่องอากาศกลางนั้นว่า สัมมาอะระหัง สัมมาอะระหัง สัมมาอะระหัง ที่กลางอากาศว่างนั้นแล้วจะเห็นเป็นดวงใส ดวงโตประมาณเท่าแก้วตาอยู่ที่นั่น ใจของเราก็จรดอยู่ที่กลางดวงนั้น แก้ไขไปจนกระทั่งใจของเราหยุด บริกรรมภาวนาอยู่เรื่อย ๆ ว่า สัมมาอะระหัง สัมมาอะระหัง สัมมาอะระหัง

ที่บริกรรมว่าดังนี้ก็เพื่อจะประคองใจของเราให้หยุด สัมมาอะระหัง สัมมาอะระหัง สัมมาอะระหัง สัมมาอะระหัง สัมมาอะระหัง พอถูกส่วนเข้าใจก็หยุดอยู่กลางดวงนั้น มืดก็หยุดตรงนั้น สว่างก็อยู่ตรงนั้น ไม่ต้องถอยไปถอยมา นิ่งอยู่ตรงนั้นแหละ พอนิ่งถูกส่วนเข้าเท่านั้นมืดหนักเข้าก็เห็นดวงใส สว่างก็เห็นดวงใสใจก็อยู่กลางดวงใส ถ้าว่ามันไม่นิ่งไม่หยุด มันซัดส่ายไปบริกรรมฟอร์มไว้ สัมมาอะระหัง สัมมาอะระหัง สัมมาอะระหัง สัมมาอะระหัง สัมมาอะระหัง พอถูกส่วนเข้า หยุด หยุดแล้วไม่ต้องบริกรรมเพ่งเฉย ดูนิ่ง ถ้าว่าขยับเคลื่อน หรือขยับไปเสีย เสื่อมไปเสีย บริกรรมฟอร์มไว้ สัมมาอะระหัง สัมมาอะระหัง สัมมาอะระหัง สัมมาอะระหัง สัมมาอะระหัง ไว้ จนกระทั่งหยุดนิ่ง พอหยุดนิ่งไม่ต้องบริกรรมเพ่งเฉย วางอารมณ์เฉย ให้หยุดอยู่นั่นแหละ หยุดเท่านั้นแหละอย่าไปนึกถึงมืดสว่างนะ หยุดอยู่นั่นแหละ หยุดนั่นแหละเป็นตัวสำเร็จ ที่บอกแล้ว สมณะหยุด ๆ พระองค์ให้นัยไว้ว่า สมณะหยุดแล้วท่านไม่หยุด นี่หยุดนี่แหละเพียรตรงนี้ ให้มันได้ตรงนี้ซะก่อน

อื่นไม่ต้องไปพูดมากนักใหญ่โตมโหฬารพูดหยุดนี่ให้มันตกลงกันก่อน หยุดได้แล้ว พอหยุดได้แล้ว ให้หยุดก่อนนะให้หยุดนิ่ง หยุดเชียว ไอ้ที่หยุดอยู่นี่เขาทำกันได้นะวัดปากน้ำมีตั้ง ๘๐ กว่า ถ้าไม่หยุดก็เข้าไปถึงธรรมกายไม่ได้ เขาถึงธรรมกาย ๘๐ กว่านะ เราเป็นมนุษย์คนหนึ่งทำกับเขาไม่ได้เชียวหรือ? ทำไมจะไม่ได้ทำจริงเข้า ทำไม่จริงต่างหากล่ะมันไม่ได้ จริงละก็ได้ทุกคน จริงแค่ไหน? แค่ชีวิตสิ เนื้อเลือดจะแห้งเหือดหมดไปไม่ว่า เหลือแต่กระดูกหนังช่างมัน ถ้าไม่ได้ลุกจากที่ นี่จริงแค่นั้น ได้ทุกคน

สละชีวิตเป็นเดิมพันเพื่อบรรลุธรรม

ฉันเอง ๒ คราว ไม่ได้ตายเถอะ นิ่ง พอถึงกำหนดเข้าก็ได้ ไม่ได้ตายเถอะ นิ่ง… พอถึงกำหนดก็ได้ไม่ตายสักที พระศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า ก็รูปนั้น ประกอบความเพียรด้วยจาตุรังควิริยะด้วยองค์ ๔ เหลือแต่กระดูกหนังช่างมันเนื้อเลือดจะแห้งหมดไปไม่ว่า ประกอบด้วยจาตุรังควิริยะเช่นนี้ พอถูกส่วนเท่านั้น

  • ในเวลาค่ำได้บรรลุปุพเพนิวาสานุสสติญาณ

  • เวลายามที่ ๒ ได้บรรลุจุตูปปาตญาณ

  • เวลายามที่ ๓ ได้บรรลุอาสวักขยญาณ

เล่นตลอดคืน ท่านจริงอย่างนั้นอาจารย์ของเรา เป็นลูกศิษย์ก็จริงเหมือนกันแหละ ไม่ได้ยอมตาย ไม่หยุดยอมตายกันทีเดียว เอาหยุดจริง ๆ กัน พอหยุดเข้าเท่านั้น จับตัวได้ว่าอ้อ ทางศาสนาเดินหลักอย่างนี้ ถูกส่วนอย่างนี้ก็จำให้มั่นเชียวนะ ให้มั่นเชียวนะ สัมมาอะระหัง สัมมาอะระหัง สัมมาอะระหัง สัมมาอะระหัง ให้มั่นคงทีเดียว อย่าให้เคลื่อน

วิธีเจริญภาวนา ๒ : สมถวิปัสสนากรรมฐาน

การตั้งกายให้ตรง (อุชุํ กายํ ปณิธาย)

ต่อแต่นี้ไป ก็จะสอนให้ทำต่อไป เมื่อเราได้ทำวัตรอาราธนาเรียบร้อยแล้วต่อแต่นี้ไปก็ต้องนั่งสมาธิกัน บาลีว่า นิสีทติ ปลฺลงฺกํ อาภุชิตฺวา ให้นั่งคู้บัลลังก์ ขัดสมาธิ เท้าขวาทับเท้าซ้าย มือขวาทับมือซ้าย ทุกคนด้วยกัน ตั้งตัวให้ตรง แล้วคอยฟังอธิบายต่อไป

วิธีที่ถูกคือ ปลายนิ้วชี้มือข้างขวา จรดกับปลายนิ้วหัวแม่มือข้างซ้าย วางไว้บนตักที่เราขัดสมาธินั้น นั่งยืดตัวให้ตรงเพื่อให้เลือดลมเดินสะดวกและรู้สึกสบายในขณะนั่งนั้น เรียกว่า อุชุํ กายํ ปณิธาย ตั้งกายให้ตรง

อานิสงส์อันยิ่งใหญ่ของ “ความหยุด”

เมื่อเรานั่งขัดสมาธิ ตั้งกายให้ตรงดีแล้ว เราต้องตั้งใจให้หยุด ใจของเราถ้าหยุดได้สักกะพริบตาเดียวเท่านั้น ได้ชื่อว่าเราได้สร้างบุญใหญ่กุศลใหญ่สำคัญนัก บุญที่เกิดจากการนั่งภาวนานั้นเป็นบุญใหญ่กุศลใหญ่ เราจะไปสร้างโบสถ์ วิหาร การเปรียญสักร้อยหลังก็สู้บุญที่เกิดขึ้นจากการบำเพ็ญสมถวิปัสสนาไม่ได้ เมื่อเราแสวงหาเขตบุญในพระพุทธศาสนาพึงบำเพ็ญสมถวิปัสสนาทำใจให้มั่นคงดังนี้

ให้ใจหยุด หยุดนี้เป็นตัวสำคัญ “หยุด” นี้จะเป็นทางมรรคผลนิพพาน พวกที่ให้ทานรักษาศีลนั้นยังไกลกว่า “หยุด” นี้ใกล้นิพพานนัก พอหยุดได้เท่านั้น ถูกคำสั่งสอนของพระศาสดา นี่เป็นหนทางหมดจดวิเศษแล้ว ไม่ยักเยื้องแปรผัน

วิธีเจริญภาวนา ๓ : สมถวิปัสสนากรรมฐาน

หลักและวิธีเจริญสมถะและวิปัสสนาเบื้องต้นถึงธรรมกาย

ต่อแต่นี้ไปคอยตั้งใจฟัง เมื่อเราทำวัตรอาราธนาเสร็จแล้ว ก็จะบอกวิธีกระทำต่อไป วิธีทำสมถวิปัสสนา ต้องมี บริกรรมภาวนา กับ บริกรรมนิมิต เป็นคู่กัน

การกำหนดบริกรรมนิมิตและบริกรรมภาวนา

บริกรรมนิมิตให้กำหนดเครื่องหมายเข้าดวงใส เหมือนกับเพชรลูกที่เจียระไนแล้ว ไม่มีขนแมว โตเท่าแก้วตา ผู้หญิงกำหนดเข้าปากช่องจมูกซ้าย ผู้ชายกำหนดเข้าปากช่องจมูกขวา อย่าให้ล้ำให้เหลื่อม ใจของเราที่ยืดไปยืดมา แวบไปแวบมา ให้เข้าไปอยู่เสียในบริกรรมนิมิต ปากช่องจมูก หญิงซ้าย ชายขวา ข้างนอกดวงโตเท่าแก้วตา ข้างในดวงโตเท่าเมล็ดพุทธรักษา ใสขาวเหมือนกระจกส่องเงาหน้า

หญิงกำหนดปากช่องจมูกซ้าย ชายกำหนดปากช่องจมูกขวา แล้วให้บริกรรมภาวนาประคองบริกรรมนิมิตนั้นไว้ว่า “สัมมาอรหัง” ตรึกถึงดวงที่ใส ใจหยุดอยู่กลางดวงที่ใส “สัมมาอรหัง” ตรึกถึงดวงที่ใส ใจหยุดอยู่กลางดวงที่ใส “สัมมาอรหัง” ตรึกถึงดวงที่ใส ใจหยุดอยู่กลางดวงที่ใส นิ่งอยู่ที่นั้น นี่ ฐานที่ ๑

การเดินใจผ่านฐานที่ตั้งทั้ง ๗ ฐาน

  • ฐานที่ ๒: เลื่อนไปที่เพลาตา หญิงอยู่ซีกข้างซ้าย ชายอยู่ซีกข้างขวา ตรงหัวตาที่มูลตาออก ตามช่องลมหายใจเข้าออกข้างใน แล้วให้บริกรรมประคองเครื่องหมายที่เพลาตานั้นว่า “สัมมาอรหัง” ๓ ครั้ง แบบเดียวกัน

  • ฐานที่ ๓: แล้วเลื่อนเครื่องหมายตรงลำดับเพลาตาเข้าไปที่ กลางกั๊กศีรษะข้างใน ไม่ให้ค่อนซ้าย ขวา หน้า ล่าง บน กลางกั๊กพอดี ทีนี้เรียกว่า ฐานที่ ๓ แล้วบริกรรมประคองเครื่องหมายที่กลางกั๊กศีรษะข้างในว่า “สัมมาอรหัง ๆ” ๓ ครั้ง (ตรงนี้มีลัทธิพิธี ต้องกลับตาไปข้างหลัง ให้ตาค้างเหมือนคนชักจะตาย เราหลับตาอยู่ตาช้อนขึ้นข้างบน เหลือบขึ้นข้างบน เหลือบไป ๆ จนค้างแน่น ให้ความเห็นกลับไปข้างหลัง แล้วค่อย ๆ ให้เห็นกลับเข้าข้างใน)

  • ฐานที่ ๔: พอตาเห็นกลับเข้าข้างใน ก็เลื่อนเครื่องหมายจากฐานที่ ๓ นี้ไป ฐานที่ ๔ ที่ปากช่องเพดาน ที่รับประทานอาหารสำลัก อย่าให้ล้ำให้เหลื่อม พอดี แล้วบริกรรมประคองเครื่องหมายในฐานที่ ๔ นั้นว่า “สัมมาอรหัง ๆ” ๓ ครั้ง

  • ฐานที่ ๕: แล้วก็เลื่อนเครื่องหมายจาก ฐานที่ ๔ ไป ฐานที่ ๕ ที่ปากช่องคอ เหนือลูกกระเดือก เหมือนกลางกั๊กปากถ้วยแก้ว ตั้งไว้ปากช่องคอ บริกรรมประคองเครื่องหมายที่ปากช่องคอนั้นว่า “สัมมาอรหัง ๆ” ๓ ครั้ง

  • ฐานที่ ๖: แล้วเลื่อนเครื่องหมายลงไป ฐานที่ ๖ กลางตัว สุดลมหายใจเข้าออก สะดือทะลุหลัง ขวาทะลุซ้าย กลางกั๊กข้างใน ตรงกลางดวงธรรมที่ทำให้เป็นกายมนุษย์ ที่ใจหยุดนั่นทีเดียว ตั้งตรงนั้น เอาใจของเราจรดเข้าที่ดวงใสนั้น แล้วบริกรรมภาวนาว่า “สัมมาอรหัง ๆ” ๓ ครั้ง

  • ฐานที่ ๗: แล้วถอยหลังจากฐานที่ ๖ มาที่เหนือ กลางตัวเรานี้ขึ้นมา ๒ นิ้วมือ ฐานนั้นเรียกว่า ฐานที่ ๗

ศูนย์ทั้ง ๕ ภายในฐานที่ ๗

ฐานที่ ๗ นั้นมี ศูนย์ ๕ ศูนย์ ได้แก่ ๑) ศูนย์กลาง ๒) ศูนย์หน้า ๓) ศูนย์ข้างขวา ๔) ศูนย์ข้างหลัง ๕) ศูนย์ข้างซ้าย

  • ศูนย์กลาง คือ อากาศธาตุ

  • ศูนย์ข้างหน้า ธาตุน้ำ

  • ศูนย์ข้างขวา ธาตุดิน

  • ศูนย์ข้างหลัง ธาตุไฟ

  • ศูนย์ข้างซ้าย ธาตุลม

เครื่องหมายใสสะอาด ตรงช่องอากาศกลาง ตรงนั้นเรียกว่า “ศูนย์”

ความสำคัญของศูนย์กลางกาย (ฐานที่ ๗)

ที่เรียกว่าศูนย์ กล่าวคือ เวลาสัตว์ไปเกิดมาเกิดแล้วก็มาอยู่ในที่สิบ อยู่ในกลางดวงนั้น กายละเอียดอยู่ในกลางดวงนั้น เมื่อพ่อแม่ประกอบธาตุธรรมถูกส่วนเข้าแล้ว ก็ตกศูนย์ทีเดียว พอตกศูนย์ก็ลอยขึ้นมา เหนือกลางตัว ๒ นิ้วมือ (เป็นดวงกลมใส) โตเท่าฟองไข่แดงของไก่ ใสเป็นกระจกส่องเงาหน้า นี่มันจะเกิดละ ตรงนั้นเรียกว่าศูนย์

ศูนย์นั้นเป็นสำคัญนัก จะเกิดมาในมนุษยโลกก็ต้องเกิดด้วยศูนย์นั้น จะไปนิพพาน ก็ต้องเข้าศูนย์นั้นไปเหมือนกัน จะไปสู่มรรคผลนิพพานก็ต้องเข้าศูนย์นั้นเหมือนกันแบบเดียวกัน…

(บางส่วนจาก “หลักและวิธีเจริญสมถะและวิปัสสนาเบื้องต้นถึงธรรมกาย”)

Table of Contents

Index