อานุภาพพระของขวัญ (วิธีอธิษฐานจิตและอาราธนาพระของขวัญ)

อานุภาพพระของขวัญ

(พระเดชพระคุณ หลวงพ่อวัดปากน้ำ พูดแนะนำพระของขวัญ)

“บัดนี้ท่านทั้งหลาย บรรดาที่มารับของขวัญสมทบทุนสร้างโรงเรียนปริยัติวัดปากน้ำ ได้อุตส่าห์พยายามมาโดยความบากบั่นตรากตรำทรมานร่างกายมา ก็เพราะอยากจะได้ของขวัญ รู้ว่าของขวัญนี้เป็นของศักดิ์สิทธิ์ เป็นของอัศจรรย์

เมื่อเราได้ของขวัญแล้ว ให้ตั้งใจแน่แน่ว หยิบของขวัญนั้นด้วยมือของตน แก้ห่อของขวัญออก หยิบด้วยมือของตนแล้ว มาดูให้จำของขวัญนั้นแม่นยำแน่นอน ไม่ฟั่นเฟือน ไม่หลงใหล จำได้แน่นอนแม่นยำดีแล้ว ให้น้อมเข้าไปในกลางตัว

  • หญิง น้อมเข้าไปในทางช่องจมูกซ้าย

  • ชาย น้อมเข้าไปในทางช่องจมูกขวา

เข้าไปตั้งอยู่กลางตัว กลางตัวน่ะสะดือทะลุหลัง ขวาทะลุซ้าย สะดือทะลุหลังไปเส้นหนึ่งด้ายกลุ่ม ขวาทะลุซ้ายไปเส้นหนึ่งด้ายกลุ่ม ขึงตึง ตรงกลางจดกัน นั่นเรียกว่า กลางกั๊ก อาราธนาพระไปตั้งอยู่กลางกั๊กนั้น เราหันหน้าไปทางไหน พระหันหน้าไปทางนั้น

ศูนย์กลางกายและดวงธรรม

กลางกั๊กนั่นแหละถูกกลางดวงธรรมที่ทำให้เป็นกายมนุษย์ ใสบริสุทธิ์เท่าฟองไข่แดงของไก่ ตั้งอยู่กลางดวงธรรมนั้น ดวงธรรมนั้นถ้าใสสะอาดอยู่ ชีวิตเราก็เจริญรุ่งเรือง ถ้าดวงธรรมนั้นซูบซีดเศร้าหมองอยู่ ชีวิตของเราไม่ผ่องใส ซูบซีดเศร้าหมองเหมือนกัน

ภายหลัง ตั้งใจลงไปอีกชั้นหนึ่ง หญิงสอดใจไปทางช่องจมูกซ้าย ชายสอดใจไปทางช่องจมูกขวา เข้าไปตั้งไปในกลางองค์พระของขวัญนั้น พอถูกกลางองค์พระของขวัญ ก็ถูกพระพุทธเจ้านับอสงไขยไม่ถ้วน แล้วก็ให้ระลึกถึงพระพุทธเจ้า โดยบาลีว่า “สมฺมาอรหํ ๆ” ให้ช่วยประคองใจเราให้หยุดให้นิ่ง “สมฺมาอรหํ ๆ ๆ” ให้ช่วยประคองใจให้หยุด “สมฺมาอรหํ ๆ ๆ” ให้ช่วยประคองใจให้หยุด พอถูกส่วนเข้าเท่านั้น หยุดกึ๊ก ใจหยุด

เมื่อใจหยุดแล้ว เราเอาใจของเราเข้ากลางของหยุดนั้น กลางของกลาง ๆ ๆ ๆ ซ้ายขวาหน้าหลังล่างบน นอกใน ไม่ไป กลางของกลาง ๆ ๆ หนักเข้า พอถูกส่วนเข้า เห็นพระแจ่ม ลืมตาก็เห็น หลับตาก็เห็น นั่งเห็น นอนเห็น เดินเห็น ยืนเห็น นึกเป็นอะไรเห็นแจ่มเวลานั้น

อานิสงส์ของการหยุดใจ

เมื่อเห็นแจ่มดังนั้นแล้ว ใจหยุดนิ่งอยู่กับพระที่เห็นแจ่มนั่นแหละ เป็นมหัคคตกุศล กามาวจรกุศล จะทำบุญกุศลอย่างหนึ่งอย่างใดสู้ไม่ได้ สร้างวัดวาอาวาสอย่างหนึ่งอย่างใดสู้ใจหยุดนิ่งอยู่กับพระของขวัญนั้นอึดใจเดียวเท่านั้นไม่ได้ เสียเงินสักกี่โกฏิกี่ล้านก็สู้ไม่ได้ เมื่อเราเอาใจของเราจรดอยู่พระของขวัญที่เห็นแจ่มนั้น เป็นมหัคคตกุศล เป็นสมาธิแล้ว ตายไม่ตกนรก

อยู่กับพระของขวัญที่เห็นแจ่มนั่นแหละ ใจที่อยู่กลางของกลาง กลางของหยุด กลางของกลาง ๆ ๆ หนักเข้าไป อย่าถอย ตายตัวทีเดียว ไม่ถอยกลับกัน ตรงนี้ตายตัว ไม่ถอยกลับ หนักเข้า ๆ พระนั้นโตได้ แปลงสีได้ เป็นพระแก้วใส เท่า ๆ ตัวเรา หรือโตกว่าตัวเรา เราก็เอาใจของเราไปหยุดนิ่งอยู่กลางองค์พระแก้ว

สะดือทะลุหลัง ขวาทะลุซ้าย กลางกั๊กแบบเดียวกัน ไปหยุดนิ่งอยู่กลางองค์พระแก้วนั่น พอหยุดนิ่งอยู่กลางองค์พระแก้ว เราก็ระลึกถึงความบริสุทธิ์ดีของพระแก้วว่า “สมฺมาอรหํ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ” ใจเราก็หยุดตามเดิม

อานุภาพพระของขวัญและการท่องเที่ยวในภพภูมิ

หยุดก็เข้ากลางหยุดไปตามเดิม กลางของกลาง ๆ ๆ ๆ นิ่ง… พระแก้วนั้นก็ใสหนักขึ้น สะอาดหนักขึ้น โตหนักขึ้น จะไปไหนกับพระแก้วนั้นก็ได้ อาราธนาพระแก้วไปนรก ๔๕๖ ขุม ไปตรวจนรกดูได้ตลอด

 

ภพภูมิเป้าหมาย อานุภาพและการปฏิสัมพันธ์ผ่านกายธรรม (พระแก้ว)
สัตว์นรก (๔๕๖ ขุม) เมื่อไปถึงสัตว์นรกแล้ว จะไปพูดไปถามกับสัตว์นรกอย่างหนึ่งอย่างใดได้ตามความปรารถนา หรือจับมือจับแขนของสัตว์นรกนั้นไต่ถามก็ได้ จับมือถือแขนได้ตามชอบใจ ตามความปรารถนา เหมือนมนุษย์เรา
เปรต (๑๒ ตระกูล) ถ้าว่าเราจะไปดูพวกเปรต ตรวจดูพวกเปรต มี ๑๒ ตระกูล ไปพูดไปจากันได้ ไต่ถามบุพกรรมที่กระทำดีที่กระทำชั่วร้ายอย่างหนึ่งอย่างใดได้ บ้านช่องอยู่ที่ไหนถามได้ จับมือถือแขนกันพูดได้แบบเดียวกัน
อสุรกาย ถ้าจะไปพวกอสุรกาย ก็แบบเดียวกัน จับมือถือแขนพูดกันได้ ไต่ถามกันได้ มีบุพกรรมอันใดกระทำไว้ ได้มาอยู่ในอบายภูมินี้ พูดรู้เรื่องกัน จับมือถือแขนกันตามชอบใจ
สัตว์เดรัจฉาน ไปในพวกสัตว์เดรัจฉาน สัตว์เดรัจฉานนั้นมีกายข้างนอก ถ้ากายข้างในน่ะเป็นกายมนุษย์ละเอียดแท้ ๆ นั่นก็จับมือถือแขนกันพูดได้
มนุษย์ จะไปหาพวกมนุษย์ ตรวจดูพวกมนุษย์ มีมากน้อยเท่าไร ไปตลอดหมด กายมนุษย์นั่นก็จับมือถือแขนกันพูดได้ กายหยาบกายละเอียด จับได้ทั้งนั้น
เทวดา (๖ ชั้น) ถ้าจะไปในพวกเทวดา จาตุมหาราช ตาวตึสา ยามา ดุสิต นิมมานรดี ปรนิมฺมิตวสวตฺตี มีมากน้อยเท่าใด จับมือถือแขนกันพูดได้
รูปพรหม (๑๖ ชั้น) ถ้าจะไปในพวกรูปพรหม ๑๖ ชั้น ไปจับมือถือแขนกันพูดได้
อรูปพรหม (๔ ชั้น) ถ้าจะไปในพวกอรูปพรหม ๔ ชั้น มีมากน้อยเท่าใด จับมือถือแขนกันพูดได้
อายตนนิพพาน ถ้าจะไปหาพระพุทธเจ้าในนิพพาน เข้าเฝ้าในพระนิพพาน ไปเฝ้าพระพุทธเจ้า ไปหาพระพุทธเจ้า ถึงพระพุทธเจ้าแล้ว พูดอย่างหนึ่งอย่างใดกับพระพุทธเจ้าได้ ทูลอย่างหนึ่งอย่างใดกับพระพุทธเจ้าได้ จับมือถือแขนกับพระองค์ก็ได้ เหมือนมนุษย์เราแบบเดียวกัน

เมื่อเป็นเช่นนั้น ของนี่เป็นของศักดิ์สิทธิ์อัศจรรย์อย่างนี้ เห็นไหมล่ะ ศักดิ์สิทธิ์นัก ถ้าใครได้ดังนี้แล้ว คนนั้นก็ตายก่อนตายได้ ก่อนจะตาย นั่งตายก็ได้ พูดไปจนกระทั่งดับจิตก็ได้ ตายเสียก่อนตาย สักชั่วโมงสองชั่วโมงได้ เพราะมีกายของขวัญ เพราะมีกายแก้วนี่สำคัญนัก

 

วิธีอธิษฐานจิตและอาราธนาพระของขวัญ

ถ้าไม่ถึงขนาดนั้น เราต้องการจะรวยในชาตินี้ จะค้าขาย หรือรับราชการ ทำไร่ทำนา เอาใจจรดเข้าที่พระของขวัญนั่น ขออาราธนาพระองค์ได้ทรงโปรด 

สายอาชีพ / ภารกิจ คำอธิษฐานอาราธนาพระของขวัญ (สัมมาอรหัง)
พ่อค้า / แม่ค้า

“ข้าพระพุทธเจ้าเป็นพ่อค้า (หญิง: หม่อมฉันเป็นแม่ค้า) การค้าขายของข้าพระพุทธเจ้าขอให้กว้างขวางเต็มประเทศไทย ล้นประเทศไทย ขอให้ซื้อง่ายขายคล่องกำไรงาม”

 

(ท่านจะส่งผังซื้อง่ายขายคล่องกำไรงามมาเต็มตัว ล้นประเทศไทยเรา ก่อนจะค้าขาย ให้ว่าอย่างนี้ทุกคราวไป ขายของ ขายง่าย ขายดาย สะดวกเหมือนเทน้ำเทท่า)

ข้าราชการ

“ข้าพระพุทธเจ้าเป็นผู้รับราชการ (หญิง: หม่อมฉันเป็นผู้รับราชการ) ขอให้หน้าที่ราชการของข้าพระพุทธเจ้า ขอให้ราบรื่นเรียบร้อย ไม่เป็นที่สะดุดตาสะดุดใจผู้หลักผู้ใหญ่ ขอให้เป็นที่นิยมชมชอบประกอบข้าพระพุทธเจ้า ถ้าเป็นราชการชั้นตรี-ชั้นโท-ชั้นเอก สูงสุดในสายราชการนี้”

 

(ท่านก็ส่งผังราชการสูงสุดลงมาให้เต็มตัวเรา ก่อนจะรับราชการ อย่างนี้ทุกคราวไป)

ทำนา / ทำไร่ / ทำสวน / ใช้แรงกาย

“การงานของข้าพระพุทธเจ้าเป็นดังนี้ ขอให้ทำง่ายทำดายทำสะดวก ได้ผลเกินควรเกินค่า”

 

(ท่านจะส่งผังได้ผลเกินควรเกินค่ามาเต็มตัวเรา)

การเดินทาง (บก / น้ำ / อากาศ)

“ขอให้ไปดีมาดี สวัสดีมีชัย”

 

(ท่านจะส่งผังไปดีมาดี สวัสดีมีชัย มาเต็มตัวเรา)

ความศักดิ์สิทธิ์และวิธีรักษาพระของขวัญ

เราได้ของขวัญไปแล้ว ให้ปฏิบัติให้ถูกส่วนดังนี้ ที่บอกให้ฟังนี้น่ะเป็นวิธีของการประพฤติปฏิบัติรักษาในพระของขวัญนี้ ถ้าแม้ว่าเราได้พระของขวัญนี้ เป็นกรรมสิทธิ์ของเราแล้วละก็ ติดอยู่กับตัวเสมอ ๆ บำบัดโรคภัยไข้เจ็บได้ต่าง ๆ โรคภัยไข้เจ็บมีในตัวหายหมด ถ้าเด็กเล็กละก็อ้วนท้วนทีเดียว ตกน้ำก็ไม่ตาย เรือล่มก็ไม่ตาย รถชนรถทับไม่เป็นอันตรายทั้งนั้น

ถ้าลองสงครามเกิดขึ้น ไม่ต้องอพยพหลบหลีก เมื่ออยู่อย่างไรก็อยู่อย่างนั้น ตามหน้าที่ ทำมาหากินอย่างไรก็ทำมาหากินอย่างนั้น ตามหน้าที่ ถ้าเข้าสมรภูมิไปรบกับเขา ก็ไม่ต้องหวั่นหวาด มีพระของขวัญแล้ว อาวุธยุทธภัณฑ์ทำอันตรายไม่ได้ ให้รักษาไว้ให้ดีนะ

เป็นของสำคัญ เหมือนแก้วสารพัดนึก พระพุทธเจ้าท่านรับสั่งเมื่อทำสำเร็จในวันแรก เวลาได้อรุณออกพรรษา ทรงรับสั่งว่า ตั้งแต่มีธาตุมีธรรมมา ของศักดิ์สิทธิ์ขนาดนี้เพิ่งเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในโลก คำนี้ ของศักดิ์สิทธิ์ในชมพูทวีป แสนโกฏิจักรวาล อนันตจักรวาล นิพพานถอดกายในกายมนุษย์ ก็ดี ภาคพื้นก็ดี ศักดิ์สิทธิ์แค่ขนาดนี้ไม่มี

 

เพราะเหตุว่า ของศักดิ์สิทธิ์นี้ มนุษย์ไม่ได้ทำตามปกติธรรมดา อาราธนาพระพุทธเจ้ามีธรรมกาย ธรรมกายไปอาราธนามา ให้ท่านปรุงขึ้น ตกแต่งให้มนุษย์ เมื่อมนุษย์คนใดได้รับไปได้แล้ว มนุษย์คนนั้นมีสมบัติติดตัวพันล้านทุกคน คือขอท่านไว้ อาราธนาว่า มนุษย์ผู้ใดสมทบทุนสร้างโรงเรียนละก็ ขอให้เป็นเศรษฐีทุกคน ถึงอาราธนาสมบัติมาติดตัวไว้ ๑,๐๐๐ ล้าน ๆ ทุกคนไป

 

ให้รักษาพระนี้ไว้ให้ดี ถ้ารักษาดีละก็ เรียบร้อยท่านอยู่ได้สะดวกดี อยู่กับเรา ถ้ารักษาดูถูกดูหมิ่นน่ะหายไปเสีย ไม่อยู่ด้วย เมื่อหายไปอย่างหนึ่งอย่างใดแล้ว เคารพคารวะนับถือ ก็อาราธนาอ้อนวอน ก็กลับมาอยู่อีกได้ ให้ตั้งใจดังนี้ ไม่ใช่ของธรรมดานะ เปล่งรัศมีก็ได้ พูดก็ได้ ลอยไปก็ได้ หายไปก็ได้ กลับมาก็ได้

ของนิดหนึ่งเท่านี้ละอัศจรรย์นัก ไม่ใช่ของตาย ของเป็น เขาเรียกว่า ของสำเร็จ ของศักดิ์สิทธิ์ ให้จำไว้ให้แน่นอนนะ เอ้า แล้วก็จะแจกพระต่อไป”

Index