คู่มือการศึกษาแนวทางปฏิบัติ “วิชชาธรรมกาย”
รากฐานสำคัญของการปฏิบัติธรรมคือการศึกษาหลักวิชชาให้ถูกต้องแม่นยำ ซึ่งถือเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งเพื่อหลีกเลี่ยงความผิดพลาด และป้องกันมิให้การปฏิบัติคลาดเคลื่อนไปจากสัมมาปฏิบัติ ด้วยเหตุนี้ คู่มือฉบับนี้จึงเปรียบเสมือนองค์ความรู้พื้นฐานที่สำคัญ สำหรับทุกท่านที่มุ่งเข้ามาศึกษาตามแนวทางวิชชาธรรมกายนี้พึงทำความเข้าใจและจำเป็นต้องเรียนรู้ไว้เป็นเบื้องต้น (สามารถดาวน์โหลดหนังสือเก็บไว้อ่านทบทวนภายหลังได้)
คำแนะนำประกอบก่อนการรับฟังและฝึกปฏิบัติเจริญภาวนาธรรม 3 ระดับ
การเจริญภาวนาธรรมตามแนววิชชาธรรมกาย ของพระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำ พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) ถือเป็นสุดยอดแห่งการปฏิบัติที่มีกระบวนการดำเนินจิตเป็นระบบระเบียบและลึกซึ้งไปตามลำดับภูมิธรรมอย่างชัดเจน โดยมีหัวใจสำคัญที่ท่านมักสอนเสมอว่า “หยุด เป็นตัวสำเร็จ” ซึ่งหมายถึงการทำใจให้หยุดนิ่งอยู่ ณ ศูนย์กลางกาย อันเป็นกุญแจดอกแรกที่จะไขไปสู่การหลุดพ้น
เพื่อให้ผู้ปฏิบัติได้เข้าใจความหมายและแก่นแท้ของการปฏิบัติก่อนที่จะเริ่มรับฟังไฟล์เสียงนำนั่งสมาธิในแต่ละระดับ เราสามารถแบ่งลำดับขั้นของการเจริญภาวนาธรรมออกเป็น 3 ระดับหลัก ดังนี้:
1. เจริญภาวนาธรรม เบื้องต้น (ระดับสมถกัมมัฏฐาน)
เป้าหมายหลัก: เป็นการปูพื้นฐานเพื่อ “ทำใจให้หยุดให้นิ่ง“ ตะล่อมใจทั้ง 4 ดวง (เห็น จำ คิด รู้) ที่ฟุ้งซ่านให้ออกมารวมเป็นจุดเดียวกัน และกำจัดกิเลสนิวรณ์ 5 ประการ
สิ่งที่สอนในระดับนี้:
-
การเดินฐานที่ตั้งของใจ: สอนการนำใจเข้าสู่ฐานทั้ง 7 ฐาน ตั้งแต่ปากช่องจมูก เพลาตา จอมประสาท ช่องเพดานปาก ปากช่องลำคอ ตรงระดับสะดือ ไปจนถึงฐานที่ 7 ซึ่งเป็นจุดสำคัญที่สุด คือ “ศูนย์กลางกายเหนือระดับสะดือประมาณ 2 นิ้วมือ” อันเป็นที่ตั้งกำเนิดธาตุธรรมเดิม
-
อุบายวิธีสงบใจ: สอนการใช้กัมมัฏฐาน 3 ประการควบคู่กัน คือ การกำหนด “บริกรรมนิมิต” (นึกเห็นดวงแก้วกลมใส) การกำหนด “บริกรรมภาวนา” (ท่องคำว่า “สัมมาอะระหัง ๆ ๆ”) และการมีสติสังเกตเห็นลมหายใจเข้า-ออกผ่านศูนย์กลางดวงกลมใสนั้น
-
การเข้าถึงปฐมมรรคและกายภายใน: สอนให้ใจหยุดนิ่งจนปรากฏ “ดวงปฐมมรรค” หรือ “ดวงธัมมานุปัสสนาสติปัฏฐาน” และดำเนินจิตเข้าสู่ความบริสุทธิ์ผ่าน ดวงศีล ดวงสมาธิ ดวงปัญญา ดวงวิมุตติ และดวงวิมุตติญาณทัสสนะ จนเข้าถึง “กายในกาย” เริ่มตั้งแต่กายมนุษย์ละเอียด ไปจนสุดที่กายอรูปพรหมละเอียด ซึ่งการปฏิบัติตั้งแต่กายมนุษย์ถึงกายอรูปพรหมละเอียดนี้ เรียกว่า “ขั้นสมถะ”
1. หมวดชี้แจงและแนะนำ
การเริ่มต้นปฏิบัติธรรมให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี เริ่มต้นจากการเตรียมความพร้อมและทำความเข้าใจอย่างถูกต้อง หมวดนี้เปรียบเสมือนการปฐมนิเทศที่ช่วยปรับสภาพจิตใจ ตัดความกังวล (ปลิโพธ) และปูพื้นฐานที่มั่นคงก่อนลงมือปฏิบัติจริง
2. หมวดทฤษฎีและข้อคิดพื้นฐาน
ปูรากฐาน “สัมมาทิฏฐิ” (ความเห็นที่ถูกต้อง) ให้มั่นคง ศึกษาภาพรวมโครงสร้างพระพุทธศาสนาและทฤษฎีสมถวิปัสสนากัมมัฏฐาน เพื่อเป็นเข็มทิศนำทางให้การดำเนินจิตถูกตรงตามหลักวิชชาธรรมกาย และป้องกันความเห็นผิดในระหว่างการปฏิบัติ
3. หมวดตอบปัญหาการปฏิบัติเบื้องต้น
ไขข้อข้องใจและสลายความสงสัยที่มักเกิดขึ้นระหว่างการเจริญภาวนา เช่น การจัดการกับนิมิต แสงสว่าง หรืออาการฟุ้งซ่าน หมวดนี้รวบรวมคำตอบที่จะช่วยเป็นเกราะคุ้มกันและประคับประคองจิตใจไม่ให้หลงทางระหว่างการดำเนินจิต
4. ภาคปฏิบัติ: เจริญภาวนาธรรม เบื้องต้น (ระดับสมถกัมมัฏฐาน)
ก้าวสู่การลงมือปฏิบัติจริง เรียนรู้วิธีการตะล่อมใจกลับมาหยุดนิ่ง ณ ศูนย์กลางกายฐานที่ 7 อันเป็นที่ตั้งถาวรของใจ ควบคู่กับการใช้อุบายประคองใจ เพื่อก้าวเข้าสู่ดวงปฐมมรรค และมุ่งตรงสู่พระธรรมกายภายในได้อย่างปลอดภัยและมั่นคง
2. เจริญภาวนาธรรม เบื้องกลาง (ระดับวิปัสสนากัมมัฏฐาน)
เป้าหมายหลัก: เมื่อผู้ปฏิบัติเข้าถึง “ธรรมกาย” ซึ่งเป็นกายโลกุตตระแล้ว จะนำธรรมกายนั้นมาเป็นรากฐานในการเจริญ “วิปัสสนาปัญญา” เพื่อรู้แจ้งเห็นจริงในสภาวธรรม ทั้งในส่วนที่เป็น “สังขารธรรม” (สิ่งที่ถูกปรุงแต่ง) และ “วิสังขารธรรม” (พระนิพพาน อันปราศจากการปรุงแต่ง)
สิ่งที่สอนในระดับนี้:
-
การเดินฌานสมาบัติ: สอนวิธีเจริญรูปฌาน 4 และอรูปฌาน 4 ทั้ง “โดยอนุโลม และปฏิโลม” เพื่อให้จิตตั้งมั่นและบริสุทธิ์สูงสุด
-
การเจริญวิปัสสนาผ่านญาณทัสสนะ (พิจารณาสังขารธรรม): สอนการใช้ตาหรือญาณของธรรมกายพิจารณาสภาวธรรม ให้เห็นตามธรรมชาติที่เป็นจริงว่ามีการปรุงแต่ง และตกอยู่ในสามัญลักษณะคือเป็น “อนิจฺจํ ทุกฺขํ และอนตฺตา”
-
การเข้าไปรับรู้และสัมผัสอารมณ์พระนิพพาน (พิจารณาวิสังขารธรรม): สอนการใช้ญาณของธรรมกายพิจารณาสภาวะที่ว่างจากกิเลส อวิชชา ตัณหา อุปาทาน โดยอาศัย “โคตรภูญาณ” ยึดหน่วงเอาพระนิพพานเป็นอารมณ์ เพื่อให้ผู้ปฏิบัติสามารถเข้าไปรับรู้และ “สัมผัสอารมณ์พระนิพพาน” ได้ด้วยประสบการณ์ตรงของตนเอง ว่ามีความสุขุม ลุ่มลึก ละเอียด และประณีตเพียงไร โดยไม่ได้เกิดจากการนึกคิดจินตนาการเอาเอง
-
การตรวจภพภูมิและการตรวจดูอดีตชาติและอนาคต: สอนการขยายข่ายญาณธรรมกายให้กว้างสุดภพสุดจักรวาล เพื่อ “ตรวจภพ ตรวจจักรวาล” ดูความเป็นไปของสัตว์โลกทั้งในกามภพ รูปภพ และอรูปภพ (จุตูปปาตญาณ) รวมถึงการอธิษฐานสืบถอยหลังไปในอดีต (อตีตังสญาณ / ปุพเพนิวาสานุสติญาณ) และการอธิษฐานสืบดูอัตภาพชีวิตในอนาคต (อนาคตังสญาณ) เพื่อให้เห็นกฎแห่งกรรมชัดเจน ตายแล้วก็เกิด ไปดีบ้าง ไปสุคติภพบ้าง ไปทุคติภพบ้าง ตามกรรมที่แต่ละคนได้ทำมา เห็นเหตุของการทำกรรมดีและกรรมชั่ว ว่าส่งผลอย่างไร
-
การพิสดารกาย: สอน “วิธีพิสดารกายสุดหยาบ กายสุดละเอียด” โดยดับหยาบไปหาละเอียด เพื่อละอุปาทานในเบญจขันธ์ หรือขันธ์ 5 ของกายในภพ 3
1. หมวดทฤษฎีวิปัสสนาและสภาวธรรม
ปูพื้นฐานการ “เดินปัญญา” ยกระดับจิตจากสมถะสู่วิปัสสนากัมมัฏฐาน เจาะลึกทฤษฎีวิปัสสนาภูมิ การพิจารณาไตรลักษณ์ วงจรปฏิจจสมุปบาท และสภาวะพระนิพพานตามหลักวิชชาธรรมกาย เพื่อสร้างสัมมาทิฏฐิขั้นกลางให้มั่นคง
2. หมวดอาการตรัสรู้และพระนิพพาน
ศึกษาเส้นทางการดำเนินจิตของพระพุทธองค์จนบรรลุวิชชา 3 เจาะลึกความจริงแห่งพระนิพพาน 3 นัย และการแยกแยะสังขารธรรมกับวิสังขารธรรม เพื่อปกป้องจิตจากมิจฉาทิฏฐิและก้าวสู่จุดหมายสูงสุดด้วยสัมมาทิฏฐิที่สมบูรณ์
👉 คลิกที่ไอคอนเพื่อเข้าสู่ห้องอาการตรัสรู้และพระนิพพาน
3. หมวดตอบปัญหาการปฏิบัติเบื้องกลาง
ไขข้อข้องใจสำหรับผู้ที่เข้าถึงพระธรรมกายแล้ว รวบรวมคำตอบเรื่องสภาวธรรมวิปัสสนา การเดินฌานสมาบัติ และปรมัตถธรรมแห่งพระนิพพาน เพื่อขจัดความลังเลสงสัย (วิจิกิจฉา) และเป็นเกราะป้องกันความเห็นผิดในระหว่างการดำเนินจิต
👉 คลิกที่ไอคอนเพื่อเข้าสู่ห้องไขข้อข้องใจ
4. ภาคปฏิบัติ: วิธีการเจริญภาวนาธรรมเบื้องกลาง
ก้าวสู่การปฏิบัติวิปัสสนาขั้นลึกซึ้ง ฝึกใช้ธรรมกายเดินฌานสมาบัติ 8 ทำนิโรธดับสมุทัย ขยายข่ายญาณตรวจภพจักรวาล และชำแหละสภาวธรรมด้วยสติปัฏฐาน 4 เพื่อถอดถอนอุปาทานและยกระดับจิตสู่ความบริสุทธิ์
👉 คลิกที่ไอคอนเพื่อเริ่มเจริญภาวนาธรรมเบื้องกลาง
3. เจริญภาวนาธรรม เบื้องสูง (ระดับวิชชาธรรมกาย / สะสางธาตุธรรม)
เป้าหมายหลัก: เป็นการเจริญวิชชาขั้นลึกซึ้งที่สุด เพื่อมุ่งทำลายกิเลส อวิชชา และทำ “นิโรธ” ดับสมุทัยอย่างเด็ดขาด เพื่อนำธรรมกายที่สุดละเอียดไปปรากฏและซ้อนหยุดนิ่งแน่นในอายตนนิพพาน
สิ่งที่สอนในระดับนี้:
-
การสะสางธาตุธรรม: สอนกระบวนการเจริญวิชชาธรรมกายชั้นสูง เพื่อทำ “นิโรธ” ดับสมุทัย และประหารอกุศลจิตของกายในภพ 3
-
การเจาะลึกถึงต้นเหตุแห่งทุกข์: สอนการคำนวณเก็บเหตุในเหตุ เข้าไปจน “ถึงต้น ๆ เหตุ” ที่สอดละเอียดเข้ามาบันดาลให้เกิดวิบัติและภัยพิบัติต่าง ๆ
-
การรู้ทันและกำจัดวิชชาของภาคมาร: สอนให้รู้ทันยุทธวิธีของภาคดำที่สอดละเอียดเข้ามาแทรกร้อยไส้ในธาตุธรรมเห็นจำคิดรู้ เช่น การส่งวิชชามาเป็น “สวม ซ้อน ร้อยไส้” หรือการส่ง “เหตุรอ เหตุตัด” เข้ามาตัดกายไม่ให้เชื่อมถึงองค์ต้น ๆ และสอนวิธีละลายสลักเข้าไปในเครื่อง เพื่อพลิกธาตุธรรมให้เป็นภาคขาวบริสุทธิ์
-
การเข้าสู่อายตนนิพพาน: “สอนวิธีเข้า นิพพานถอดกาย โดยนำธรรมกายที่สุดละเอียด ‘ซ้อนหยุดนิ่งแน่นเข้ากลางของกลางพระนิพพานธาตุ’ เพื่อบรรลุมรรคผลตามรอยบาทพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอย่างสมบูรณ์”
1. หมวดคุณค่าและอานุภาพธรรมกาย
สร้างฐานความเชื่อมั่นในการเจริญวิชชาชั้นสูง ทำความเข้าใจพลานุภาพอันไร้ประมาณของพระธรรมกายที่สอดคล้องกับหลักสติปัฏฐาน 4 ตระหนักถึงเป้าหมายสูงสุดแห่งการเกิดมาเพื่อ “รื้อสัตว์ขนสัตว์” และเรียนรู้กฎเหล็ก 4 ประการเพื่อปกป้องความบริสุทธิ์ของธาตุธรรม
👉 คลิกที่ไอคอนเพื่อเข้าสู่ห้องคุณค่าและอานุภาพธรรมกาย
2. หมวดทฤษฎีและการอธิบายวิชชาชั้นสูง
ศึกษาทฤษฎีและยุทธศาสตร์ทางจิตขั้นสูงสุด เพื่อมุ่งสะสางธาตุธรรมให้บริสุทธิ์ถึงระดับมูลราก เรียนรู้หลักการ “ดับหยาบไปหาละเอียด” ทะลวงสู่ไส้นิโรธ การประกอบ “วิชชาเป็น” และการทวงคืนสิทธิอำนาจในการปกครองธาตุธรรมจากอานุภาพของภาคดำ
👉 คลิกที่ไอคอนเพื่อเข้าสู่ห้องทฤษฎีวิชชาชั้นสูง
3. หมวดตอบปัญหาการปฏิบัติเบื้องสูง
ไขข้อข้องใจสภาวธรรมโลกุตตระ ถอดรหัสยุทธวิธีรับมือและแก้กลวิชชาของฝ่ายดำที่มุ่งยึดสิทธิอำนาจ เจาะลึกการใช้ญาณธรรมกายสืบค้นวัฏสงสาร พร้อมเรียนรู้เทคนิค “การซ้อนสับทับทวี” และ “การจองถนน” เพื่อปกป้องธาตุธรรมให้บริสุทธิ์
👉 คลิกที่ไอคอนเพื่อเข้าสู่ห้องตอบปัญหาเบื้องสูง
4. ภาคปฏิบัติ: วิธีการเจริญภาวนาธรรม เบื้องสูง
ก้าวสู่สมรภูมิทางจิตขั้นสูงสุดเพื่อสะสางธาตุธรรม ฝึกปฏิบัติการแยกธาตุแยกธรรม ทะลวงไส้นิโรธ และใช้ยุทธวิธี “ซ้อนสับทับทวี” เพื่อเจาะเข้ายึด “หัวใจเครื่อง” บังคับให้ภาคดำถอยหลังและขยายความบริสุทธิ์ของภาคขาวให้ครอบคลุมสรรพสิ่ง
👉 คลิกที่ไอคอนเพื่อเริ่มเจริญภาวนาธรรมเบื้องสูง
วิธีการปฏิบัติธรรมเจริญภาวนา ตามแนววิชชาธรรมกาย
ลำดับต่อไป เรามาถึงวิธีสอนปฏิบัติอันเป็นหัวใจสำคัญของเว็บไซต์แห่งนี้ นั่นคือ “วิธีการปฏิบัติธรรมเจริญภาวนา ตามแนววิชชาธรรมกาย” ที่พระเดชพระคุณพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) หลวงปู่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ได้ปฏิบัติค้นพบกลับมาอีกครั้ง เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้เข้าถึงความสุขที่แท้จริงภายในตนเอง
ในเบื้องต้นนี้เราได้นำเสียงพระเดชพระคุณหลวงปู่สดมานำกล่าวบูชาพระกัมมัฏฐาน และนำนั่งสมาธิ แต่ก่อนที่ทุกท่านจะเข้าสู่การบำเพ็ญสมณธรรม ขอแนะนำขั้นตอนการเตรียมกาย วางใจ และการตั้งสติ เพื่อปรับธาตุธรรมให้อ่อนโยนควรแก่การเจริญสมถวิปัสสนากัมมัฏฐาน ดังนี้
ขั้นตอนการเตรียมกาย วางใจ และการตั้งสติ
1. การบูชาพระกัมมัฏฐาน (เตรียมตัวก่อนนั่งสมาธิ)
ในเบื้องต้นนี้ ให้ทุกท่านนั่งในท่าคุกเข่าเทพบุตรหรือเทพธิดา หรือนั่งพับเพียบตามที่ทุกคนถนัด แล้วประนมมือขึ้นเพื่อประกาศตนและตั้งความสัตย์ความจริงใจ จากนั้นเราจะได้เปิดเสียงพระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำ กล่าวนำบูชาพระกัมมัฏฐาน (ยะมะหัง สัมมาสัมพุทธัง…) เพื่อรำลึกถึงคุณพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ ผู้เป็นที่พึ่งอันประเสริฐ และเป็นการขอขมาโทษต่อพระรัตนตรัย เพื่อให้กาย วาจา ใจ ของเราบริสุทธิ์สมควรเป็นภาชนะรองรับพระสัทธรรม ขอเชิญทุกท่านประนมมือขึ้น และตั้งใจสดับรับฟังเสียงพระเดชพระคุณหลวงปู่ นำกล่าวบูชาพระกัมมัฏฐาน และนำเจริญสมถวิปัสสนาโดยพร้อมเพรียงกัน (เปิดเสียงหลวงปู่นำกล่าวบูชาพระกัมมัฏฐาน)
🎧 เสียงพระเดชพระคุณหลวงปู่สด: นำอาราธนา บูชาพระกัมมัฏฐาน
บทบูชาพระรัตนตรัย
ยะมะหัง สัมมาสัมพุทธัง, ภะคะวันตัง สะระณัง คะโต, (ท่านหญิงว่า…สะระณัง คะตา) อิมินา สักกาเรนะ, ตัง ภะคะวันตัง อะภิปูชะยามิ, (ข้าพเจ้าบูชาบัดนี้, ซึ่งพระผู้มีพระภาคเจ้า, ผู้ตรัสรู้แล้วเองโดยชอบ, ซึ่งข้าพเจ้าถึง, ว่าเป็นที่พึ่ง.กำจัดทุกข์ได้จริง, ด้วยสักการะนี้)
ยะมะหัง สวากขาตัง, ภะคะวะตา ธัมมัง สะระณัง คะโต, (ท่านหญิงว่า…สะระณัง คะตา) อิมินา สักกาเรนะ, ตัง ธัมมัง อะภิปูชะยามิ, (ข้าพเจ้าบูชาบัดนี้, ซึ่งพระธรรม, อันพระผู้มีพระภาคเจ้า, ตรัสดีแล้ว, ซึ่งข้าพเจ้าถึง, ว่าเป็นที่พึ่ง,กำจัดภัยได้จริง, ด้วยสักการะนี้)
ยะมะหัง สุปะฏิปันนัง, สังฆัง สะระนัง คะโต, (ท่านหญิงว่า…สะระณัง คะตา) อิมินา สักกาเรนะ, ตัง สังฆัง อะภิปูชะยามิ, (ข้าพเจ้าบูชาบัดนี้, ซึ่งพระสงฆ์ผู้ปฏิบัติดี, ซึ่งข้าพเจ้าถึง, ว่าเป็นที่พึ่ง, กำจัดโรคได้จริง, ด้วยสักการะนี้)
-
อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา, พุทธัง ภะคะวันตัง อะภิวาเทมิ ฯ (กราบ)
-
สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม, ธัมมัง นะมัสสามิ ฯ (กราบ)
-
สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, สังฆัง นะมามิ ฯ (กราบ)
คำขอขมาโทษ
บูชาพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เสร็จแล้ว ต่อจากนี้ไป ตั้งใจให้แน่แนว ขอขมาโทษงดโทษต่อพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ที่เราได้พลาดพลั้งลงไปแล้วด้วยกายวาจาใจ กายวาจาใจของเราจะได้เป็นของบริสุทธิ์ สมควรเป็นภาชนะทองรองรับพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ สืบต่อไป
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (3 จบ)
อุกาสะ, อัจจะโย โน ภันเต, อัจจัคคะมา, ยะถาพาเล, ยะถามุฬเห, ยะถาอะกุสะเล, เย มะยัง กะรัมหา, เอวัง ภันเต มะยัง, อัจจะโย โน, ปะฏิคคัณหะถะ, อายะติง สังวะเรยยามิ,
(ข้าพุทธเจ้าขอวโรกาส, ได้พลั้งพลาดด้วยกาย วาจา ใจ, ในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์… ขอพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์, จงงดความผิดทั้งหลายเหล่านั้น… ข้าพระพุทธเจ้า, จักขอสำรวมระวัง, ซึ่งกาย วาจา ใจ, สืบต่อไปในเบื้องหน้า)
คำอาราธนาและคำอธิษฐาน
อุกาสะ, ข้าพระพุทธเจ้าขออาราธนา, สมเด็จพระพุทธเจ้า… พระนพโลกุตรธรรมเจ้า 9 ประการ… พระอริยสงฆ์กับสมมติสงฆ์… ขอจงมาบังเกิดในจักขุทวาร โสตทวาร ฆานทวาร ชิวหาทวาร กายทวาร มโนทวาร แห่งข้าพระพุทธเจ้า ในกาลบัดเดี๋ยวนี้เถิด
ขอเดชคุณพระพุทธเจ้า คุณพระธรรมเจ้า คุณพระสงฆเจ้า… ขอบารมีทั้งหลายเหล่านั้น จงมาช่วยประคับประคองข้าพเจ้า ขอให้ข้าพระพุทธเจ้าได้สำเร็จมรรคและผล ในกาลบัดเดี๋ยวนี้เทอญ, นิพพานะปัจจะโย โหตุ ฯ (กราบ 3 ครั้ง)
2. การเตรียมตัวทางกาย (จัดสรีระเข้าสู่สมาธิ)
เมื่อกล่าวคำบูชาพระเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้ทุกท่านเปลี่ยนอิริยาบถมานั่งคู้บัลลังก์ ขัดสมาธิ โดยเอาเท้าขวาทับเท้าซ้าย มือขวาทับมือซ้าย เว้นหัวแม่มือทั้งสองให้ห่างกันประมาณสององคุลี คือให้ปลายนิ้วชี้มือข้างขวาจรดกับปลายนิ้วหัวแม่มือข้างซ้าย วางไว้บนตักที่เราขัดสมาธินั้น แล้วนั่งยืดตัวให้ตรงเพื่อให้เลือดลมเดินสะดวกและรู้สึกสบาย ตรงกับพระบาลีที่เรียกว่า “อุชุํ กายํ ปณิธาย” (ตั้งกายให้ตรง) สูดลมหายใจยาว ๆ ช้า ๆ พอสบาย ปล่อยกายตามสบาย ไม่ต้องเกร็ง
3. การเตรียมใจและวางใจ (ตัดปลิโพธ)
เมื่อกายพร้อมแล้ว พึงสลัดความรู้สึกนึกคิดอันเนื่องด้วยอารมณ์ภายนอกทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นอดีต หรืออนาคต เข้าไปตั้งสติไว้ในปัจจุบันไม่ให้เผลอ ตรงกับพระบาลีว่า “ปริมุขํ สตึ อุปฏฺฐเปตฺวา” (เข้าไปตั้งสติไว้ให้มีหน้ารอบ) โดยให้รวม “ใจ” อันได้แก่ ความเห็น ความจำ ความคิด และความรู้ ให้กลับเข้าข้างในและรวมหยุดเป็นจุดเดียวกัน ณ ศูนย์กลางกายฐานที่ 7 ตรงที่สุดลมหายใจเข้าออกเหนือระดับสะดือประมาณ 2 นิ้วมือ อันเป็นที่ตั้งกำเนิดธาตุธรรมเดิม
4. การอธิษฐานจิตเพื่อมอบกายถวายชีวิต
เพื่อให้จิตมีความอาจหาญและเด็ดเดี่ยว ผู้ปฏิบัติพึงตั้งจิตอธิษฐานลงไปที่ศูนย์กลางกายอย่างแน่วแน่ เพื่อความหลุดพ้นจากอาสวกิเลส ตัณหา อุปาทาน และบรรลุมรรค ผล นิพพาน ให้ตั้งใจสละเวลาและวางภารกิจจากเรื่องภายนอกเสียทั้งสิ้น ไม่ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นภายนอกตัวเรา ก็ไม่สนใจ ยินดี ยินร้ายใด ๆ ทั้งสิ้น และขอให้บารมีธรรมจงช่วยคุ้มครองปกป้องภยันตรายทั้งหลาย อย่าได้มาขัดขวางการเจริญภาวนาธรรมของเรา
ฐานที่ตั้งของใจ 7 ฐาน
การฝึกใจตามแนววิชชาธรรมกาย คือการน้อมใจจากภายนอกเข้าสู่ภายในตามลำดับ 7 ฐาน เพื่อไปหยุดนิ่งที่จุดศูนย์กลางกาย:
-
ฐานที่ 1: ปากช่องจมูก (หญิงข้างซ้าย / ชายข้างขวา)
-
ฐานที่ 2: เพลาตา หรือหัวตา (หญิงข้างซ้าย / ชายข้างขวา)
-
ฐานที่ 3: กลางกั๊กศีรษะ (ระดับเดียวกับหัวตา)
-
ฐานที่ 4: ปากช่องเพดาน (จุดที่อาหารสำลัก)
-
ฐานที่ 5: ปากช่องคอ (เหนือลูกกระเดือก)
-
ฐานที่ 6: ศูนย์กลางกาย (ระดับสะดือ)

3. ปฏิบัติธรรมตามเสียงพระเดชพระคุณหลวงปู่
เมื่อทำใจให้สงบแล้ว ค่อย ๆ หลับตาลงเบา ๆ อย่าเม้มเปลือกตาให้แน่นนัก ให้กำหนด “บริกรรมนิมิต” นึกให้เห็นด้วยใจเป็นดวงแก้วกลมใส เหมือนกับเพชรลูกที่เจียระไนแล้วไม่มีขนแมว โตเท่าแก้วตา ควบคู่กับการ “บริกรรมภาวนา” ท่องในใจเพื่อประคองบริกรรมนิมิตนั้นไว้ว่า “สัมมา อะระหัง ๆ ๆ” สังเกตลมหายใจเข้าออกที่ผ่านและกระทบดวงกลมใสนั้น แต่ไม่ต้องตามลม
เพื่อความถูกต้องแม่นยำในการปฏิบัติ ขอเชิญชวนทุกท่านร่วมรับฟังและปฏิบัติไปตามเสียงดั้งเดิมของพระเดชพระคุณหลวงปู่ดังนี้:
🎧 เสียงพระเดชพระคุณหลวงปู่สด: สอนนั่งสมาธิ ฐานที่ตั้งของใจ 7 ฐาน
👉 คลิกที่ไอคอน เพื่อเข้าห้องฟังไฟล์เสียงสอนเจริญภาวนาธรรมอื่น ๆ